เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (20 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานพร้อมภาพว่า แม่และลูกสาวจากชิคาโกที่ถูกจับไประหว่างการเปิดฉากโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และถูกจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา ได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังจากที่กาตาร์เป็นตัวกลางในการเจรจากับกลุ่มติดอาวุธนี้
สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า นาตาลี รานัน วัย 17 ปี และแม่ของเธอ จูดิธ รานัน วัย 59 ปี ถูกส่งตัวข้ามจุดผ่านแดนราฟาห์เข้าสู่อียิปต์เรียบร้อยแล้ว และถูกนำตัวไปที่ฐานทัพอิสราเอลเพื่อส่งตัวกลับไปหาครอบครัวอีกครั้ง
สหรัฐฯ สกัดขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลจากเยเมน ส่วนฐานทัพในอิรัก-ซีเรียถูกโจมตี
สองแม่ลูกรานันเป็นผู้ถือสัญชาติอเมริกันและอิสราเอลซึ่งอาศัยอยู่ที่ชิคาโก สหรัฐฯ แต่ขณะเกิดเหตุโจมตี พวกเธอพำนักอยู่ที่ชุมชนเกศตรกรรมนาฮาล-ออซ (Nahal-oz) ซึ่งห่างจากฉนวนกาซาไม่ถึง 2 กม. โดยจูดิธและนาตาลีเดินทางมาอิสราเอลในช่วงเทศกาลวันหยุดและเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 85 ของญาติคนหนึ่ง
อูริ พ่อของนาตาลี ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาได้คุยกับลูกสาวทางโทรศัพท์แล้ว “เธอทำได้ดี เธอทำได้ดีมาก ผมน้ำตาไหล และผมรู้สึกดีมาก”
จากภาพ ผู้ชายที่อยู่ตรงกลางคือ กัล เฮิร์ช ทูตอิสราเอลที่ดูแลช่วยเหลือตัวประกัน สวมสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเสื้อแจ็กเก็ตกันกระสุน ขนาบข้างโดยสมาชิกสองคนของกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล
ด้าน อาบู โอไบดา โฆษกกลุ่มฮามาสกล่าวว่า ตัวประกันได้รับการปล่อยตัวจากความพยายามในการช่วยเจรจาของกาตาร์ “ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม และเพื่อพิสูจน์ให้ชาวอเมริกันและชาวโลกเห็นว่า คำกล่าวอ้างของประธานาธิบดี โจ ไบเดน และฝ่ายบริหารฟาสซิสต์ของเขานั้นเป็นเท็จ และไม่มีมูลความจริง”
ด้านไบเดนกล่าวว่า เขาดีใจมากที่ทั้งสองจะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวในไม่ช้า และให้คำมั่นที่จะพยายามต่อไปเพื่อปล่อยตัวตัวประกันเพิ่มเติม “อย่างที่ผมบอกกับครอบครัวของตัวประกันในการพูดคุยกับพวกเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะไม่หยุดจนกว่าเราจะพาคนที่พวกเขารักกลับบ้าน”
ขณะที่กาตาร์กล่าวว่า จะดำเนินการเจรจากับอิสราเอลและฮามาสต่อไปโดยหวังว่าตัวประกันทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัว “โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดในการบรรเทาความรุนแรงของวิกฤตในปัจจุบันและฟื้นฟูสันติภาพ”
ส่วนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ซึ่งมีส่วนในการปล่อยตัวเช่นกัน เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดและเสนอตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการปล่อยตัวประกันในอนาคต
โดยสถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล ได้เผยภาพสองแม่ลูกรานันขณะกำลังคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โจ ไบเดน ด้วย เพื่อยืนยันว่าพวกเธอปลอดภัยดี
.@POTUS spoke this evening with the two American citizens who had been held hostage by Hamas. We are so grateful that they are safe.
— U.S. Embassy Jerusalem (@usembassyjlm) October 20, 2023
We will continue to do everything we can to unite all hostages with their loved ones. pic.twitter.com/rp1YDtB8Zu
หลังมีการปล่อยตัว ฝั่งญาติ ๆ ของครอบครัวรานันเล่าว่า นาตาลีเป็นวัยรุ่นผู้คลั่งไคล้แฟชั่นที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายก่อนเดินทางมาอิสราเอล และอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้จะเป็นวันเกิดปีที่ 18 ของเธอ
ชาวอเมริกัน 13 คนได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในตัวประกัน 203 คนที่อิสราเอลกล่าวว่าถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน โดยขณะนี้เหลือ 11 คนที่คิดว่ายังคงถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ ไม่ชัดเจนในทันทีว่าทำไมสองแม่ลูกรานันจึงได้รับเลือกเป็นตัวประกันกลุ่มแรกที่ถูกปล่อยตัว และไม่สามารถยืนยันได้ว่า หลังจากนี้จะมีการทยอยปล่อยตัวประกันอีกหรือไม่
นอกจากสหรัฐฯ ยังมีสหราชอาณาจักร ไทย อาร์เจนตินา เยอรมนี ฝรั่งเศส และโปรตุเกส ที่กล่าวว่าพลเมืองของตนถูกจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา
ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮามาสกล่าวว่า มีตัวประกันมากกว่า 20 คนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติม
การปล่อยตัวประกันครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า อิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา โดยเกรงว่าผู้นำอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู จะให้ความสำคัญกับการทำลายล้างกลุ่มฮามาสมากกว่าการปล่อยตัวประกัน
อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรปได้กดดันอิสราเอลให้ชะลอการโจมตีภาคพื้นดินฉนวนกาซา เพื่อซื้อเวลาสำหรับการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮามาสจับไว้ แหล่งข่าวหนึ่งระบุว่า เบื้องต้นอิสราเอลได้ตกลงภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่จะระงับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่แล้ว
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP PHOTO / GOVERNMENT OF ISRAEL