จากกรณีที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานว่าฐานทัพและกองกำลังของหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของโดรนปริศนาที่ไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของใคร
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ทำเนียบขาวกล่าวว่า การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียด้วยจรวดและโดรนเป็นฝีมือกลุ่มตัวแทนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และเชื่อว่าอิหร่านมีส่วนในการอำนวยความสะดวกในการโจมตีดังกล่าว
สหรัฐฯ สกัดขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลจากเยเมน ส่วนฐานทัพในอิรัก-ซีเรียถูกโจมตี
จอห์น เคอร์บี โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวเพิ่มความถี่ขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้ผลประโยชน์ของตนในภูมิภาคนี้ถูกท้าทายโดยไม่โต้ตอบ
เขากล่าวว่า สหรัฐฯ เชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน และรัฐบาลอิหร่านเองด้วย ซึ่งปัจจุบันยังคงให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึงฮามาสและฮิซบอลเลาะห์
“เรารู้ว่าอิหร่านติดตามเหตุการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด และในบางกรณีก็อำนวยความสะดวกในการโจมตีเหล่านี้อย่างแข็งขัน และกระตุ้นผู้อื่นที่อาจต้องการใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของอิหร่าน” เคอร์บีกล่าว
การโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ตุลาคม
เคอร์บีบอกว่า “เรากังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับศักยภาพที่การโจมตีเหล่านี้จะบานปลายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
เขาเสริมว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมเตรียมรับมือเพิ่มเติมและตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งกำลังทางเรือไปยังตะวันออกกลางในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ เรือรบอื่น ๆ และนาวิกโยธินประมาณ 2,000 นาย
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก Brendan SMIALOWSKI / AFP
ครม.เคาะ วันหยุดปีใหม่ ตั้งแต่ 29 ธ.ค.66-1 ม.ค. 67
แพร่ประกาศ "โรคต้องห้าม" เป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.
แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ “สัปเหร่อ” โกยรายได้ทะลวง 500 ล้านบาท ในเวลา 2 สัปดาห์