ผู้นำอิสราเอล ระบุกองทัพอิสราล้อมฉนวนกาซาไว้ทุกด้านแล้ว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เข้าสู่วันที่ 36 ของสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล การต่อสู้ภาคพื้นดินระหว่างกองกำลังอิสราเอลที่บุกเข้าฉนวนกาซาเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะในกาซาซิตี้ ซึ่งอยู่ทางเหนือของฉนวนกาซาและเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของฮามาส

การทำสงครามในเขตเมืองก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เมื่อพื้นที่การสู้รบหลายจุดอยู่บริเวณรอบๆ โรงพยาบาลหลายแห่ง ที่มีทั้งคนป่วย คนเจ็บ และผู้ลี้ภัยหลายหมื่นคน เสียงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงดังมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งจากประเทศตะวันตกที่ถือเป็นพันธมิตรของอิสราเอล

อีกองค์การหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีคือ สันนิบาตรอาหรับ ที่มีการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ที่เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย

ตัดแขนตัดขา อิสราเอลสังหารผู้พัฒนาอาวุธของกลุ่มฮามาส

อิสราเอลพร้อมถล่มเลบานอน หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ร่วมสงคราม

 

ขณะที่ความน่ากังวล คือการออกมาประกาศของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ระบุว่า อาจทำอะไรบางอย่างถ้าสงครามยังดำเนินไปในลักษณะนี้

พื้นที่การสู้รบหลักๆยังอยู่ทางเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งประกอบไปด้วย เขตกาซาเหนือ และกาซาซิตี้ การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.)  IDF เปิดเผยภาพปฏิบัติการในพื้นที่ออกมา เป็นภาพปฏิบัติการทางการของกองพันที่ 551 หน่วยกำลังสำรองที่ประกอบไปด้วยคอมมานโดและพลร่ม

โดยระบุว่าพื้นที่ของการปฏิบัติการคือบริเวณเบต แฮนูน (Beit Hanoun) ในกาซาเหนือซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนอิสราเอล

กองกำลังอิสราเอลรุกคืบพื้นที่ ก่อนยิงทำลายอาคารเกือบทุกแห่งจนเหลือแต่ซาก ทหารจากหน่วยดังกล่าวได้โพสต์ข้อความผ่านเทเลแกรมว่า สามารถทำลายทางเข้าออกอุโมงค์ได้หลายจุด และพบอาวุธจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในโรงเรียนอนุบาล

 ขณะที่กองพลน้อยอัล คัสซาม ปีกการทหารของฮามาสก็ปล่อยข้อมูลทางฝั่งของตนเองออกมาเช่นกันเป็นภาพของการต่อสู้ในบริเวณเดียวกันกับที่อิสราเอลเผยแพร่ออกมา นั่นก็คือ บริเวณเบต แฮนูน จากภาพ กลุ่มฮามาสใช้จรวดประทับบ่ายิงทำลายยานพาหนะของกองกำลังอิสราเอล

โฆษกของกองพลน้อยอัล คัสซาม ประกาศว่า ถึงแม้ฮามาสจะมีกำลังน้อยกว่า แต่จะสู้ไม่ถอย และขณะนี้สามารถทำลายยานพาหนะของกองทัพอิสราเอลได้มากกว่า 160 คันแล้ว แต่เขตการสู้รบที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ บริเวณโรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งอยู่ในใจกลางกาซาซิตี้

กองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล หรือ IDF ได้เปิดเผยแผนผังที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของฮามาสในกาซาซิตี้

จากที่เห็นคือ มีทั้งอุโมงค์ใต้ดิน จุดยิงจรวด คลังเก็บอาวุธ จุดฝึกซ้อมการสู้รบ รวมถึงฐานบัญชาการใหญ่ของฮามาสที่อยู่ในอุโมงค์ใต้โรงพยาบาล โดยเฉพาะอัล ชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของดินแดนแห่งนี้

ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา บริเวณรอบๆโรงพยาบาลอัล ชีฟากลายเป็นพื้นที่การสู้รบระหว่างฮามาสและกองกำลังภาคพื้นดินอิสราเอลที่บุกจู่โจมเข้ามาได้

 เสียงระเบิดและเสียงปืนจากการปะทะกันดังขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง และมีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลนำรถถังมาล้อมพื้นที่รอบโรงพยาบาลไว้จากทุกด้านแล้ว

ผู้นำอิสราเอลได้ออกมายืนยันข้อมูลดังกล่าว การปิดล้อมและการต่อสู้รอบๆ โรงพยาบาลอัลชิฟา ทำให้สถานการณ์ภายในวิกฤตหนัก

 ภาพที่ถ่ายโดยช่างภาพชาวปาเลสไตน์ที่สำนักข่าวรอยเตอร์นำมาเผยแพร่ ภายในอาคารของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ต้องนอนบนพื้น ขณะที่มีรายงานว่า เริ่มไม่มีอาหารและน้ำสำหรับผู้ป่วย และแพทย์ต้องทำการผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาสลบ

นอกเหนือจากโรงพยาบาลอัล ชีฟา ยังมีโรงพยาบาลอีก 3 แห่งที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายๆกันคือ โรงพยาบาลชีคห์ ฮาหมัด โรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อัลมา-มาดานี และโรงพยาบาลอัล-ฆุดส์ โดยก่อนหน้านี้ IDF ระบุว่า ใต้โรงพยาบาลทั้ง 4 แห่งนี้คือ อุโมงค์ของศูนย์บัญชาการฮามาส

 เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ออกมาระบุอีกครั้งว่า ระบบสาธารณสุขของฉนวนกาซากำลังล่มสลาย สถานการณ์กำลังอยู่ในสภาวะที่สิ้นหวัง เพราะโรงพยาบาลกว่าครึ่งหรือ ประมาณ 21 แห่งจากที่มีอยู่ 35 แห่งต้องหยุดให้บริการโดยสิ้นเชิง เนื่องจากขาดแคลนยา เวชภัณฑ์ น้ำและเชื้อเพลิง รวมถึงหลายแห่งได้กลายเป็นพื้นที่การสู้รบ

การปฏิบัติการทางการทหารบริเวณพื้นที่โรงพยาบาลทำให้อิสราเอลถูกประณามจากหลายฝ่าย เมื่อคืนที่ผ่านมา แดเนียล ฮาการี โฆษก IDF ออกมาแถลงว่า ไม่ได้มีการโจมตีหรือโรงพยาบาลโดยเฉพาะโรงพยาบาลอัล ชีฟา ที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้คน

กองกำลังอิสราเอลเพียงแต่ล้อมบริเวณรอบๆ ไว้ และได้มีการเปิดทางให้คนจากด้านในอพยพออกมาจากที่นั่นได้ โดยใช้ทางออกทางด้านตะวันออก เพื่อไปสู่ถนน Salaf Ei-din ซึ่งเป็นถนนหลักที่อิสราเอลเปิดให้เป็นเส้นทางปลอดภัยสำหรับอพยพไปทางใต้

โดยในส่วนของการอพยพ ทาง IDF จะมีการนำทารกและเด็กที่ติดอยู่ด้านในออกมาด้วย หายนะที่กำลังเกิดขี้นทำให้เมื่อคืนที่ผ่าน สันนิบาตอาหรับ ได้จัดการประชุมฉุกเฉินที่ซาอุดีอาระเบีย โดยมีผู้นำจากทุกชาติอาหรับเข้าร่วม รวมถึงอิหร่าน ศัตรูและคู่แข่งที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย

2 ชาตินี้เป็นปฏิปักษ์กันมาอย่างยาวนาน และมีการตัดสัมพันธ์ทางการทูตกันไปเมื่อปี 2016 หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งประหารชีวิตนักการศาสนาคนสำคัญของอิหร่าน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อิหร่านและซาอุดีอาระเบียได้ประกาศปรับความสัมพันธ์กัน

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ชาติยังมีความไม่ไว้วางใจกันอยู่ โดยเฉพาะการที่อิหร่านยังคงให้การสนับสนุนกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน กลุ่มติดอาวุธชาวชีอะห์ที่ซาอุดีอาระเบียมองว่าเป็นภัยความมั่นคง การเดินทางมาซาอุดีอาระเบียของประธานาธิบดีอิบาฮิม ไรซีของอิหร่านจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ

ประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซีของอิหร่านเดินทางถึงกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุดีอาระเบียเมื่อบ่ายวานนี้ ก่อนเข้าร่วมประชุมสันนิบาตอาหรับทันที

 สันนิบาตอาหรับ (Arab League) เป็นองค์กรระดับภูมิภาคของรัฐอาหรับ จัดตั้งเมื่อ 22 มีนาคมปี 1945 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 22 ประเทศ รวมทั้งปาเลสไตน์

จุดประสงค์ช่วงแรกของการก่อตั้งซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เพื่อเรียกร้องเอกราชของชาติอาหรับที่ยังไม่ได้รับเอกราชจากประเทศอาณานิคม รวมถึงการสนับสนุนการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์

ส่วนการประชุมที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือความพยายามยุติวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซา ในการประชุม เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ได้กล่าวประณามการใช้ความแข็งกร้าวของอิสราเอล โดยระบุว่าอิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์

ก่อนหน้าที่จะเกิดสงคราม ซาอุดีอาระเบียกำลังจะมีการปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอล หลังจากที่ทั้งสองชาติไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตแบบปกตินับตั้งแต่ปี 1967 ซึ่งเป็นปีที่ชาติอาหรับทำสงครามใหญ่กับอิสราเอล

  สาเหตุที่ซาอุดีอาระเบียเตรียมปรับสัมพันธ์กับอิสราเอล ส่วนหนึ่งเพื่อคานอำนาจอิหร่าน หลังจากมีกระแสข่าวว่า อิหร่านเข้าใกล้ความสำเร็จการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

 เมื่อต้นเดือนกันยายน เจ้าชายบิน ซัลมานเพิ่งจะให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ของสหรัฐฯ ว่า การปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลเริ่มเข้าใกล้ความเป็นจริง และทุกประเทศจะได้ประโยชน์ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนแปลงหลังฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมและตามมาด้วยสงครามในฉนวนกาซา เพราะไม่เพียงแต่ซาอุดีอาระเบียจะออกมาชะลอการปรับความสัมพันธ์และเปิดหน้าประณามอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังได้ต้อนรับผู้นำอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีด้วย

ที่ประชุมสันนิบาตอาหรับได้มีการออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอลและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงหรือเปิดเผยมาตรการหากอิสราเอลไม่หยุดยิง กลุ่มหรือคนที่ออกมาพูดคือ เฮซบอลเลาะห์

ไซอิด ฮันซาน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำเฮซบอลเลาะห์ออกมาประกาศว่า แนวรบทางตอนใต้ยังเปิดอยู่และเฮซบอลเลาะห์พร้อมที่จะเข้าต่อสู้กับอิสราเอลตลอดเวลา

แนวรบด้านใต้ที่ผู้นำเฮซบอลเลาะห์พูดถึงคือ แนวรบด้านฉนวนกาซา ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เฮซบอลเลาะห์ซึ่งถือเป็นกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐ หรือ Non State Actor ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลหลังจากอิสราเอลบุกฉนวนกาซา

แต่การโจมตีของเฮซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองและการทหารที่สำคัญของเลบานอน ยังคงจำกัดบริเวณอยู่เฉพาะทางตอนเหนือของอิสราเอลซึ่งติดกับทางตอนใต้ของเลบานอนเท่านั้น  

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้นำเฮซบอลเลาะห์ได้ปรากฎตัวเป็นครั้งแรก ในวันดังกล่าว เขาได้ส่งสัญญาณว่า จะยังไม่เข้าร่วมสงครามเต็มรูปแบบ แต่ได้เปิดทางยกระดับทางการทหารไว้หากอิสราเอลกระทำต่อฉนวนกาซาหนักขึ้น

สื่อต่างประเทศหลายสำนักมองว่าที่ผู้นำเฮซบอลเลาะห์ยังไม่ประกาศเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับอิสราเอล เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในเลบานอน ที่ขณะนี้กำลังเสี่ยงล้มละลายและไม่พร้อมหากจะมีสงครามครั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เฮซบอลเลาะห์จะเข้าร่วมในสงครามแบบเต็มตัวก็ยังไม่หมดไป เพราะนอกจากอิสราเอลจะไม่ฟังเสียงที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงเท่านั้น 

 แต่ล่าสุด นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูออกมาประกาศว่า อิสราเอลจะควบคุมความมั่นคงในฉนวนกาซาต่อจากนี้ เพราะเป็นทางเดียวที่จะสร้างหลักประกันความมั่นคงในระยะยาวให้กับอิสราเอลได้

ผู้นำอิสราเอลยังประกาศไม่ให้เฮซบอลเลาะห์เข้ามายุ่งกับสงครามครั้งนี้ และถ้าเข้ามาก็อย่างแปลกใจที่กรุงเบรุตของเลบานอนจะถูกโจมตี

 ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอิสราเอลออกมาระบุว่า การที่อิสราเอลจะเข้าควบคุมดูแลความมั่นคงในฉนวนกาซาจะถือเป็นความผิดพลาด ซึ่งผู้นำอิสราเอลได้ออกมาเปลี่ยนคำพูดว่า จะไม่ทำ ก่อนที่เมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีการเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง

การเดินหน้าทำสงครามของอิสราเอลก่อให้เกิดการประท้วงใหญ่ทั้งในหลายประเทศ ที่น่าสังเกตุคือ การประท้วงใหญ่ๆ มักเกิดในยุโรป

การประท้วงที่กรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร ประมาณการณ์กันว่า การประท้วงครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากกว่า 300,000 คน จำนวนมากตะโกนคำว่า  Ceasefire หรือหยุดยิง คนถูกจับหลายสิบคน

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ