การทำสงครามในเขตเมืองก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เมื่อพื้นที่การสู้รบหลายจุดอยู่บริเวณรอบๆ โรงพยาบาลหลายแห่ง ที่มีทั้งคนป่วย คนเจ็บ และผู้ลี้ภัยหลายหมื่นคน เสียงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงดังมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งจากประเทศตะวันตกที่ถือเป็นพันธมิตรของอิสราเอล
อีกองค์การหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีคือ สันนิบาตรอาหรับ ที่มีการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ที่เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่ความน่ากังวล คือการออกมาประกาศของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ระบุว่า อาจทำอะไรบางอย่างถ้าสงครามยังดำเนินไปในลักษณะนี้
พื้นที่การสู้รบหลักๆยังอยู่ทางเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งประกอบไปด้วย เขตกาซาเหนือ และกาซาซิตี้ การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.) IDF เปิดเผยภาพปฏิบัติการในพื้นที่ออกมา เป็นภาพปฏิบัติการทางการของกองพันที่ 551 หน่วยกำลังสำรองที่ประกอบไปด้วยคอมมานโดและพลร่ม
โดยระบุว่าพื้นที่ของการปฏิบัติการคือบริเวณเบต แฮนูน (Beit Hanoun) ในกาซาเหนือซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนอิสราเอล
กองกำลังอิสราเอลรุกคืบพื้นที่ ก่อนยิงทำลายอาคารเกือบทุกแห่งจนเหลือแต่ซาก ทหารจากหน่วยดังกล่าวได้โพสต์ข้อความผ่านเทเลแกรมว่า สามารถทำลายทางเข้าออกอุโมงค์ได้หลายจุด และพบอาวุธจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในโรงเรียนอนุบาล
ขณะที่กองพลน้อยอัล คัสซาม ปีกการทหารของฮามาสก็ปล่อยข้อมูลทางฝั่งของตนเองออกมาเช่นกันเป็นภาพของการต่อสู้ในบริเวณเดียวกันกับที่อิสราเอลเผยแพร่ออกมา นั่นก็คือ บริเวณเบต แฮนูน จากภาพ กลุ่มฮามาสใช้จรวดประทับบ่ายิงทำลายยานพาหนะของกองกำลังอิสราเอล
โฆษกของกองพลน้อยอัล คัสซาม ประกาศว่า ถึงแม้ฮามาสจะมีกำลังน้อยกว่า แต่จะสู้ไม่ถอย และขณะนี้สามารถทำลายยานพาหนะของกองทัพอิสราเอลได้มากกว่า 160 คันแล้ว แต่เขตการสู้รบที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ บริเวณโรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งอยู่ในใจกลางกาซาซิตี้
กองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล หรือ IDF ได้เปิดเผยแผนผังที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของฮามาสในกาซาซิตี้
จากที่เห็นคือ มีทั้งอุโมงค์ใต้ดิน จุดยิงจรวด คลังเก็บอาวุธ จุดฝึกซ้อมการสู้รบ รวมถึงฐานบัญชาการใหญ่ของฮามาสที่อยู่ในอุโมงค์ใต้โรงพยาบาล โดยเฉพาะอัล ชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของดินแดนแห่งนี้
ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา บริเวณรอบๆโรงพยาบาลอัล ชีฟากลายเป็นพื้นที่การสู้รบระหว่างฮามาสและกองกำลังภาคพื้นดินอิสราเอลที่บุกจู่โจมเข้ามาได้
เสียงระเบิดและเสียงปืนจากการปะทะกันดังขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง และมีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลนำรถถังมาล้อมพื้นที่รอบโรงพยาบาลไว้จากทุกด้านแล้ว
ผู้นำอิสราเอลได้ออกมายืนยันข้อมูลดังกล่าว การปิดล้อมและการต่อสู้รอบๆ โรงพยาบาลอัลชิฟา ทำให้สถานการณ์ภายในวิกฤตหนัก
ภาพที่ถ่ายโดยช่างภาพชาวปาเลสไตน์ที่สำนักข่าวรอยเตอร์นำมาเผยแพร่ ภายในอาคารของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ต้องนอนบนพื้น ขณะที่มีรายงานว่า เริ่มไม่มีอาหารและน้ำสำหรับผู้ป่วย และแพทย์ต้องทำการผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาสลบ
นอกเหนือจากโรงพยาบาลอัล ชีฟา ยังมีโรงพยาบาลอีก 3 แห่งที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายๆกันคือ โรงพยาบาลชีคห์ ฮาหมัด โรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อัลมา-มาดานี และโรงพยาบาลอัล-ฆุดส์ โดยก่อนหน้านี้ IDF ระบุว่า ใต้โรงพยาบาลทั้ง 4 แห่งนี้คือ อุโมงค์ของศูนย์บัญชาการฮามาส
เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ออกมาระบุอีกครั้งว่า ระบบสาธารณสุขของฉนวนกาซากำลังล่มสลาย สถานการณ์กำลังอยู่ในสภาวะที่สิ้นหวัง เพราะโรงพยาบาลกว่าครึ่งหรือ ประมาณ 21 แห่งจากที่มีอยู่ 35 แห่งต้องหยุดให้บริการโดยสิ้นเชิง เนื่องจากขาดแคลนยา เวชภัณฑ์ น้ำและเชื้อเพลิง รวมถึงหลายแห่งได้กลายเป็นพื้นที่การสู้รบ
การปฏิบัติการทางการทหารบริเวณพื้นที่โรงพยาบาลทำให้อิสราเอลถูกประณามจากหลายฝ่าย เมื่อคืนที่ผ่านมา แดเนียล ฮาการี โฆษก IDF ออกมาแถลงว่า ไม่ได้มีการโจมตีหรือโรงพยาบาลโดยเฉพาะโรงพยาบาลอัล ชีฟา ที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้คน
กองกำลังอิสราเอลเพียงแต่ล้อมบริเวณรอบๆ ไว้ และได้มีการเปิดทางให้คนจากด้านในอพยพออกมาจากที่นั่นได้ โดยใช้ทางออกทางด้านตะวันออก เพื่อไปสู่ถนน Salaf Ei-din ซึ่งเป็นถนนหลักที่อิสราเอลเปิดให้เป็นเส้นทางปลอดภัยสำหรับอพยพไปทางใต้
โดยในส่วนของการอพยพ ทาง IDF จะมีการนำทารกและเด็กที่ติดอยู่ด้านในออกมาด้วย หายนะที่กำลังเกิดขี้นทำให้เมื่อคืนที่ผ่าน สันนิบาตอาหรับ ได้จัดการประชุมฉุกเฉินที่ซาอุดีอาระเบีย โดยมีผู้นำจากทุกชาติอาหรับเข้าร่วม รวมถึงอิหร่าน ศัตรูและคู่แข่งที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย
2 ชาตินี้เป็นปฏิปักษ์กันมาอย่างยาวนาน และมีการตัดสัมพันธ์ทางการทูตกันไปเมื่อปี 2016 หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งประหารชีวิตนักการศาสนาคนสำคัญของอิหร่าน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อิหร่านและซาอุดีอาระเบียได้ประกาศปรับความสัมพันธ์กัน
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ชาติยังมีความไม่ไว้วางใจกันอยู่ โดยเฉพาะการที่อิหร่านยังคงให้การสนับสนุนกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน กลุ่มติดอาวุธชาวชีอะห์ที่ซาอุดีอาระเบียมองว่าเป็นภัยความมั่นคง การเดินทางมาซาอุดีอาระเบียของประธานาธิบดีอิบาฮิม ไรซีของอิหร่านจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซีของอิหร่านเดินทางถึงกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุดีอาระเบียเมื่อบ่ายวานนี้ ก่อนเข้าร่วมประชุมสันนิบาตอาหรับทันที
สันนิบาตอาหรับ (Arab League) เป็นองค์กรระดับภูมิภาคของรัฐอาหรับ จัดตั้งเมื่อ 22 มีนาคมปี 1945 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 22 ประเทศ รวมทั้งปาเลสไตน์
จุดประสงค์ช่วงแรกของการก่อตั้งซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เพื่อเรียกร้องเอกราชของชาติอาหรับที่ยังไม่ได้รับเอกราชจากประเทศอาณานิคม รวมถึงการสนับสนุนการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์
ส่วนการประชุมที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือความพยายามยุติวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซา ในการประชุม เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ได้กล่าวประณามการใช้ความแข็งกร้าวของอิสราเอล โดยระบุว่าอิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์
ก่อนหน้าที่จะเกิดสงคราม ซาอุดีอาระเบียกำลังจะมีการปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอล หลังจากที่ทั้งสองชาติไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตแบบปกตินับตั้งแต่ปี 1967 ซึ่งเป็นปีที่ชาติอาหรับทำสงครามใหญ่กับอิสราเอล
สาเหตุที่ซาอุดีอาระเบียเตรียมปรับสัมพันธ์กับอิสราเอล ส่วนหนึ่งเพื่อคานอำนาจอิหร่าน หลังจากมีกระแสข่าวว่า อิหร่านเข้าใกล้ความสำเร็จการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
เมื่อต้นเดือนกันยายน เจ้าชายบิน ซัลมานเพิ่งจะให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ของสหรัฐฯ ว่า การปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลเริ่มเข้าใกล้ความเป็นจริง และทุกประเทศจะได้ประโยชน์ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนแปลงหลังฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมและตามมาด้วยสงครามในฉนวนกาซา เพราะไม่เพียงแต่ซาอุดีอาระเบียจะออกมาชะลอการปรับความสัมพันธ์และเปิดหน้าประณามอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังได้ต้อนรับผู้นำอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีด้วย
ที่ประชุมสันนิบาตอาหรับได้มีการออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอลและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงหรือเปิดเผยมาตรการหากอิสราเอลไม่หยุดยิง กลุ่มหรือคนที่ออกมาพูดคือ เฮซบอลเลาะห์
ไซอิด ฮันซาน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำเฮซบอลเลาะห์ออกมาประกาศว่า แนวรบทางตอนใต้ยังเปิดอยู่และเฮซบอลเลาะห์พร้อมที่จะเข้าต่อสู้กับอิสราเอลตลอดเวลา
แนวรบด้านใต้ที่ผู้นำเฮซบอลเลาะห์พูดถึงคือ แนวรบด้านฉนวนกาซา ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เฮซบอลเลาะห์ซึ่งถือเป็นกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐ หรือ Non State Actor ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลหลังจากอิสราเอลบุกฉนวนกาซา
แต่การโจมตีของเฮซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองและการทหารที่สำคัญของเลบานอน ยังคงจำกัดบริเวณอยู่เฉพาะทางตอนเหนือของอิสราเอลซึ่งติดกับทางตอนใต้ของเลบานอนเท่านั้น
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้นำเฮซบอลเลาะห์ได้ปรากฎตัวเป็นครั้งแรก ในวันดังกล่าว เขาได้ส่งสัญญาณว่า จะยังไม่เข้าร่วมสงครามเต็มรูปแบบ แต่ได้เปิดทางยกระดับทางการทหารไว้หากอิสราเอลกระทำต่อฉนวนกาซาหนักขึ้น
สื่อต่างประเทศหลายสำนักมองว่าที่ผู้นำเฮซบอลเลาะห์ยังไม่ประกาศเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับอิสราเอล เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในเลบานอน ที่ขณะนี้กำลังเสี่ยงล้มละลายและไม่พร้อมหากจะมีสงครามครั้งใหม่
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เฮซบอลเลาะห์จะเข้าร่วมในสงครามแบบเต็มตัวก็ยังไม่หมดไป เพราะนอกจากอิสราเอลจะไม่ฟังเสียงที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงเท่านั้น
แต่ล่าสุด นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูออกมาประกาศว่า อิสราเอลจะควบคุมความมั่นคงในฉนวนกาซาต่อจากนี้ เพราะเป็นทางเดียวที่จะสร้างหลักประกันความมั่นคงในระยะยาวให้กับอิสราเอลได้
ผู้นำอิสราเอลยังประกาศไม่ให้เฮซบอลเลาะห์เข้ามายุ่งกับสงครามครั้งนี้ และถ้าเข้ามาก็อย่างแปลกใจที่กรุงเบรุตของเลบานอนจะถูกโจมตี
ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอิสราเอลออกมาระบุว่า การที่อิสราเอลจะเข้าควบคุมดูแลความมั่นคงในฉนวนกาซาจะถือเป็นความผิดพลาด ซึ่งผู้นำอิสราเอลได้ออกมาเปลี่ยนคำพูดว่า จะไม่ทำ ก่อนที่เมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีการเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง
การเดินหน้าทำสงครามของอิสราเอลก่อให้เกิดการประท้วงใหญ่ทั้งในหลายประเทศ ที่น่าสังเกตุคือ การประท้วงใหญ่ๆ มักเกิดในยุโรป
การประท้วงที่กรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร ประมาณการณ์กันว่า การประท้วงครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากกว่า 300,000 คน จำนวนมากตะโกนคำว่า Ceasefire หรือหยุดยิง คนถูกจับหลายสิบคน