เวเนซุเอลาผนวก “เอสเซกิโบ” ดินแดนพิพาทในกายอานา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อีกหนึ่งความขัดแย้งเกิดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้ หลังเวเนซุเอลาจัดการลงประชามติเพื่อผนวก “เอสเซกิโบ” ดินแดนพิพาทที่อยู่ในอาณาเขตของประเทศกายอานา แม้จะมีเสียงคัดค้านจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงเดินหน้าจัดตั้งจังหวัดในพื้นที่พิพาทดังกล่าว รวมถึงทำแผนที่ใหม่เพื่อแจกจ่ายไปทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลเวเนซุเอลาได้จัดให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับดินแดน “เอสเซกิโบ” (Essequibo) ที่อยู่ในอาณาเขตของประเทศกายอานา

ผลปรากฏว่า ร้อยละ 95 ของประชาชนเวเนซุเอลาที่มาลงประชามติ โหวต “เห็นชอบ” ให้สร้างรัฐเวเนซุเอลาในดินแดนเอสเซกิโบ แม้จะมีรายงานว่า พบประชาชนเวเนซุเอลาไปใช้สิทธิลงประชามติค่อนข้างบางตา แต่สภาการเลือกตั้งของเวเนซุเอลาอ้างว่า มีผู้มาลงประชามติมากถึง 10 ล้าน 5 แสนคนหรือราวครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมดราว 20 ล้านคน

หลังการลงประชามติเสร็จสิ้น วันอังคารที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ได้ประกาศร่างกฎหมายจัดตั้งจังหวัด “กายอานา เอเซกิบา” (Guayana Esequiba) ในดินแดนเอสเซกิโบ โดยผู้ที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวก็จะได้รับสัญชาติเวเนซุเอลาด้วย

พร้อมทั้งแสดง “แผนที่ประเทศเวเนซุเอลาใหม่” ที่รวมเอาดินแดนพิพาท  “เอสเซกิโบ” เข้าไปเรียบร้อยแล้ว และกล่าวว่าจะแจกจ่ายแผนที่ดังกล่าวให้โรงเรียนต่างๆ และพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ

นอกจากนี้ประธานาธิบดีมาดูโรยังระบุว่า จะเริ่มดำเนินการสำรวจน้ำมัน เชื้อเพลิงฟอสซิล และเหมืองแร่ในพื้นที่พิพาทนี้โดยทันที รวมถึงเรียกร้องให้บริษัทขุดเจาะน้ำมันของกายอานายุติการดำเนินการทันทีและต้องออกจากพื้นที่นี้ภายในสามเดือน

ด้านประธานาธิบดี อิรฟาน อาลี (Irfaan Ali) ของกายอานา ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของเวเนซุเอลา และเรียกการลงประชามติเพื่อผนวกดินแดนนี้ว่า เป็นภัยคุกคามต่อบูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย และเอกราชทางการเมืองของกายอานา

ดินแดน “เอสเซกิโบ” อยู่ตรงไหนและทำไมจึงเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานาปัจจุบันดินแดนเอสเซกิโบอยู่ในอาณาเขตของกายอานา มีพื้นที่ประมาณ 159,500 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ราว 2 ใน 3 ของประเทศกายอานา และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวกายอานาราว 125,000 คน ดินแดนตรงนี้เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานามานานแล้ว

จุดเริ่มต้นคือสมัยอาณานิคม ในปี 1841 อังกฤษได้ซื้อบริติช เกียนา ซึ่งก็คือประเทศกายอานาในปัจจุบันมาจากเนเธอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวเนซุอาในสมัยนั้นได้กล่าวหาว่าอังกฤษรุกล้ำพื้นที่ส่วนหนึ่งของตนเอง นั่นคือ ดินแดนเอสเซกิโบ

ความขัดแย้งระหว่างอังกฤษและเวเนซุเอลาเกี่ยวกับดินแดนนี้ดำเนินมาถึง 58 ปี จนกระทั่งในปี 1899 ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ตัดสินให้เขตแดนดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ และแม้กายอานาจะได้รับเอกราชจากอังกฤษ

เมื่อปี 1966 ดินแดนนี้ก็ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลกายอานา แต่รัฐบาลเวเนซุเอลาไม่เคยยอมรับผลการตัดสินในครั้งนั้น และเดินหน้าเรียกร้องให้มีการผนวกดินแดนนี้กลับมาเป็นของตนมาโดยตลอด

กระทั่งในปี 2015 เวเนซุเอลาได้กลับมาอ้างสิทธิเหนือดินแดนเอสเซกิโบอย่างหนักอีกครั้ง หลังบริษัท ExxonMobil บริษัทด้านพลังงานชั้นนำของสหรัฐฯ ค้นพบน้ำมันมหาศาลในดินแดนเอสเซกิโบ

นี่คือจุดที่ ExxonMobil ค้นพบน้ำมัน ซึ่งห่างจากชายฝั่งเอสเซกิโบราว 193 กิโลเมตร บริเวณนี้ถูกเรียกว่า สตาโบรค บล็อก (Stabroek block) มีพื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตร

จากแผนที่จะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของกายอานา และบางส่วนอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวเนซุเอลา แหล่งน้ำมันนี้เองที่ทำให้ประเทศกายอานามีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมากถึง 1 หมื่นล้านบาร์เรลในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การค้นพบน้ำมันในครั้งนี้ทำให้ข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ไม่กี่เดือนหลังพบน้ำมัน ทางการเวเนซุเอลาได้ส่งกองทัพเรือเข้าไปในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของกายอานา

ทางการกายอานาจึงตอบโต้ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตการดำเนินงานของสายการบินคอนเวียซา (Conviasa) สายการบินแห่งชาติเวเนซุเอลา

จนกระทั่งในปี 2018 อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้นำข้อพิพาททางดินแดนระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือ ICJ หลังพิจารณาเรื่องดังกล่าวมานานถึง 6 ปี ในที่สุดเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ประกาศว่าตนเองมีอำนาจในการตัดสินเกี่ยวกับข้อพิพาททางดินแดนนี้ ซึ่งหมายถึงสามารถเป็นผู้ตัดสินว่าประเทศใดจะได้สิทธิในดินแดนนี้ไป คาดว่า กว่าศาลจะสามารถตัดสินข้อพิพาทนี้ได้อาจใช้เวลาอีกหลายปีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวเนซุเอลาเพิกเฉยต่อคำประกาศของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และประกาศว่าจะจัดการลงประชามติในประเทศเพื่อผนวกดินแดนดังกล่าว

2 วันก่อนจะมีการลงประชามติ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ออกมาเตือนว่า การเคลื่อนไหวใดๆ ของเวเนซุเอลาอาจเปลี่ยนแปลงสถานภาพที่เป็นอยู่ในภูมิภาค

 

นอกจากนี้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยังระบุว่าจะใช้บทบัญญัติมาตรา 41 และ 42 ของกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ดำเนินมาตราการคว่ำบาตรหรือดำเนินทางการทหาร หากเวเนซุเอลายังจัดการลงประชามติ

หลายฝ่ายเชื่อว่า แรงจูงใจหลักที่ทำให้ผู้นำเวเนซุเอลาออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้ เป็นเพราะสถานการณ์ในประเทศที่กำลังวิกฤต

เวเนซุเอลา เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศตั้งแต่ปี 2010 เมื่อประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันมาถึงสามทศวรรษไม่สามารถผลิตน้ำมันได้เท่าเดิม นำไปสู่การล่มสลายทางเศรษฐกิจในท้ายที่สุด

ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงกว่าร้อยละ 300 ผลักประชาชนเกือบร้อยละ 90 เข้าสู่ความยากจน หลายครอบครัวไม่มีแม้แต่สิ่งของจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหารและยาและนำมาซึ่งวิฤตด้านมนุษยธรรม

ส่วนการเมืองภายในก็ไม่มั่นคง มีทั้งการทุจริตและคอร์รัปชัน แม้แต่ตัวประธานาธิบดีมาดูโรเองก็ถูกครหาว่าโกงผลเลือกตั้งในปี 2018 จนก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง ผู้คนจำนวนมากออกมาประท้วงขับไล่ผู้นำออกจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ ความไม่ลงรอยกันอย่างหนักระหว่างรัฐบาลของมาดูโร และฮวน กุยโด หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ส่งผลให้การดำเนินการต่างๆ ในประเทศล่าช้า

ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศ ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหนีออกนอกประเทศ โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่านับตั้งแต่ปี 2014 ชาวเวเนซุเอลากว่า 7 ล้าน 7 แสนคนได้อพยพออกนอกประเทศเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า

นี่จึงนำมาสู่การคาดการณ์ว่า เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รัฐบาลเวเนซุเอลาตัดสินใจเร่งผนวกดินแดนเอสเซกิโบในกายอานาเป็นของตนเอง เพื่อครอบครองน้ำมันมหาศาลและบรรเทาสถานการณ์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกังวลว่าการกระทำเช่นนี้อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง

จอห์น เคอร์บี โฆษกความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า เวเนซุเอลาควรเคารพคำประกาศของศาลในการตัดสินเกี่ยวกับข้อพิพาททางดินแดนระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานา  พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ สนับสนุนให้เกิดแนวทางที่สันติเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางดินแดนระหว่างสองชาติ

ด้านเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักรก็ออกมาพูดเรื่องนี้เช่นกัน เขาเรียกร้องให้เวเนซุเอลายุติการดำเนินการฝ่ายเดียว รวมถึงหวังว่าจะได้พูดคุยและหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีกายอานาและผู้นำคนอื่นๆ ในภูมิภาคเกี่ยวกับประเด็นนี้ในภายหลัง

ขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลาและกายอานา อย่างบราซิล ก็ได้ส่งกำลังทหารไปยังเมืองชายแดนโบอาวิสตา ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐโรไรมา ทางตอนเหนือสุดของบราซิลและมีชายแดนติดกับเวเนซุเอลา พร้อมทั้งนำยานพาหนะติดอาวุธเข้ามาด้วย หลังรัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศจัดตั้งรัฐในอาณาเขตของกายอานา

เมื่อวานนี้ 7 ธ.ค. ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ได้กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมเมอร์โคซูร์ (Mercosur) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้

โดยระบุว่า เขากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกังวลถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวเนซุเอลาและกายอานา พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้เกิดสงครามในทวีปอเมริกาใต้ และหวังว่าจะมีการแก้ปัญหาอย่างสันติในเรื่องนี้

เปิดใจ! ครูขายโรตีเลี้ยงชีพ หลังโดน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดให้ออกจากราชการ

กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566

เปิดสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวด 16 ธันวาคม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT WARRIORS

THAI FIGHT WARRIORS

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ