ศาลโคโลราโดตัดสิทธิ์ “ทรัมป์” ไม่สามารถชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ศาลสูงสุดรัฐโคโลราโดพิพากษา “โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี” จากเหตุจลาจลบุกรัฐสภา 6 ม.ค. 2021

ช่วงนี้หลายฝ่ายเริ่มจับตาสถานการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024 โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะหวนกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งได้หรือไม่

แต่ล่าสุดเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ศาลสูงสุดรัฐโคโลราโดออกมาประกาศว่า “ทรัมป์ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี” เนื่องจากละเมิดกฎหมายบทแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่ 14 วรรคที่ 3 ว่าด้วยการขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง

อุบัติเหตุหรือเจตนา? เกิดเหตุรถพุ่งชนขบวนรักษาความปลอดภัย “ไบเดน”

ผลโพลเผย คะแนนความนิยม “ทรัมป์” แซงหน้า “ไบเดน” ครั้งแรก

“ทรัมป์” เผย ถ้าได้เป็นประธานาธิบดี “จะขอเป็นเผด็จการแค่ 1 วัน”

ศาลสูงสุดโคโลราโดตัดสิทธิ์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ไม่สามารถลงเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ AFP/Joseph Prezioso
โดนัลด์ ทรัมป์ หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

วรรคดังกล่าวระบุว่า บุคคลใดเคยสาบานตนในฐานะสมาชิกรัฐสภาหรือข้าราชการสหรัฐฯ หรือสมาชิกนิติบัญญัติมลรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือตุลาการมลรัฐ ว่าจะสนับสนุนรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา แล้วได้ก่อการจลาจลหรือกบฏ หรือได้ให้ความช่วยเหลือหรือความสะดวกแก่ศัตรูของสหรัฐฯ จะดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร หรือคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดี หรือดำรงตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายพลเมืองหรือทหารของสหรัฐฯ หรือมลรัฐไม่ได้ แต่รัฐสภาอาจเพิกถอนข้อห้ามนี้ได้ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของแต่ละสภา

ที่ผ่านมา เคยมีการใช้บทบัญญตินี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 1919 หรือช่วงหลังสงครามกลางเมืองที่มีการบัญญติกฎหมายนี้ขึ้นมา

ภายใต้กฎหมายนี้ ศาลสูงสุดรัฐโคโลราโดจึงมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง พิจารณาว่าพฤติกรรมของทรัมป์ในช่วงเหตุจลาจลบุกรัฐสภา 6 ม.ค. 2021 ถือเป็นการมีส่วนช่วยในการก่อจลาจล “เสียงส่วนใหญ่จึงถือว่า ทรัมป์ขาดคุณสมบัติจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามบทแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่ 14 วรรคที่ 3”

โดยศาลระบุว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่ยุยงให้เกิดการจลาจลเท่านั้น แต่ขณะที่การปิดล้อมรัฐสภาดำเนินไป เขายังคงสนับสนุนความเคลื่อนไหวนั้นโดยเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ปฏิเสธที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้วุฒิสมาชิกหยุดการนับคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง การกระทำเหล่านี้ประกอบขึ้นโดยเปิดเผย สมัครใจ และถือเป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงในการกบฏ”

ศาลบอกอีกว่า “เราสรุปได้ว่า จากหลักฐานข้างต้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีข้อโต้แย้งในการพิจารณาคดี พิสูจน์ได้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีส่วนร่วมในการก่อกบฏ ความพยายามโดยตรงและแสดงออกของประธานาธิบดีทรัมป์ ตลอดหลายเดือนในการกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนของเขาเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อป้องกันสิ่งที่เขามองว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชนในประเทศนี้ ถือเป็นการกระทำที่เปิดเผยและสมัครใจอย่างไม่อาจปฏิเสธได้”

นอกจากนี้ ศาลยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างเสรีภาพในการพูดของทรัมป์ โดยระบุว่า “คำปราศรัยของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ไม่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ”

ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้พิพากษาของศาลสูงสุดรัฐโคโลราโดทั้ง 7 คนนั้น ถูกแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ ทำให้ทรัมป์เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งทำเนียบขาวได้ภายใต้บทบัญญัติที่ไม่ค่อยมีการใช้มาก่อน คำพิพากษาครั้งนี้ยังถือเป็นชัยชนะสำหรับกลุ่มผู้ที่ต่อต้านทรัมป์

ผลการตัดสินนี้ ทำให้ทรัมป์ถูกถอดสิทธิ์ในการลงรับสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีของรัฐโคโลราโด ซึ่งหลังจากนี้อาจเกิดการถกเถียงว่า เมื่อทรัมป์ถูกตัดสิทธิ์ใน 1 รัฐ เขาจะยังสามารถเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้หรือไม่

คำตัดสินนี้มีผลเฉพาะกับการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันในวันที่ 5 มี.ค. 2024 ในรัฐโคโลราโดเท่านั้น แต่ก็น่าจะส่งผลกระทบต่อสถานะของทรัมป์ในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 5 พ.ย. 2024 ด้วย

นักวิเคราะห์การเมืองที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมองว่า โคโลราโดเป็นรัฐที่พรรคเดโมแครตสามารถคว้าเสียงจากประชาชนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งหมายความว่า โจ ไบเดน มีแนวโน้มที่จะชนะในรัฐนี้อยู่แล้วไม่ว่าจะมีทรัมป์หรือไม่ก็ตาม

มีรายงานว่า ศาลจะคงคำตัดสินไว้จนถึงวันที่ 4 ม.ค. หรือจนกว่าศาลสูงสุดของสหรัฐฯ จะตัดสินคดีนี้ ซึ่งต้องจับตาต่อไปว่า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเห็นชอบกับคำตัดสินนี้หรือไม่

หากศาลสูงสุดสหรัฐฯ เห็นชอบ อาจเกิดการตัดสิทธิ์ทรัมป์แบบที่มีผลครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์การเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 “เดือด” ขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้ที่ผู้สนับสนุนทรัมป์จะออกมาประท้วงคัดค้าน

ด้านทีมหาเสียงของทรัมป์กล่าวว่าจะยื่นอุทธรณ์อย่างรวดเร็วต่อคำตัดสินของศาลสูงสุดรัฐโคโลราโด

สตีเวน เฉิง โฆษกทีมหาเสียงของทรัมป์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ศาลสูงสุดรัฐโคโลราโดออกคำตัดสินที่มีข้อบกพร่องโดยสิ้นเชิง และเราจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว และขอให้คงคำตัดสินที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งนี้ไปพร้อม ๆ กัน เรามีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะตัดสินอย่างรวดเร็วเพื่อสนับสนุนเรา และยุติการฟ้องร้องที่ไม่ใช่แบบอเมริกันในที่สุด”

สำหรับคดีนี้ถูกฟ้องขึ้นโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งในโคโลราโดกลุ่มหนึ่ง โดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่ม Citizens for Responsibility and Ethics ในวอชิงตัน ซึ่งมองว่า ทรัมป์ควรถูกตัดสิทธิ์ลงรับสมัครเลือกตั้ง จากการที่เขายุยงให้ผู้สนับสนุนของเขาบุกรัฐสภา เพื่อล้มผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 ที่ โจ ไบเดน เป็นฝ่ายชนะ

 

เรียบเรียงจาก CNN / Reuters

ภาพจาก Joseph Prezioso / AFP

เปิดคำพิพากษาเต็ม คุก “ลุงพล” 20 ปี คดีน้องชมพู่ ยกฟ้องป้าแต๋น

แผ่นดินไหวจีนขนาด 6.2 เขย่ามณฑลกานซู่ เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 ราย

"4 ราศี ดวงการงานดีที่สุด ปี 2567" มีโอกาสเลื่อนขั้น โยกย้าย!

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ