รัสเซียถล่มทางอากาศทั่วยูเครนครั้งใหญ่สุดตั้งแต่เริ่มสงคราม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนกลับมาดุเดือดอีกครั้ง หลายฝ่ายคาดว่านี่เป็นการโจมตีทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากทำสงครามรุกรานยูเครนในปี 2022

วันนี้ช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนได้ออกมาระบุผ่าน X ว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธและร่อนโดรนขีปนาวุธเข้ามาโจมตียูเครนครั้งใหญ่  และดูเหมือนว่ารัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนแทบจะทุกชนิดที่มีอยู่ในคลังอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธเหนือเสียงคินซาล ขีปนาวุธ S-300 ขีปนาวุธร่อน โดรนพลีชีพ รวมถึงส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้ามายิงมิสไซล์ประเภท X-101/X-505 

ยูเครนอ้าง รัสเซียระดมทหารเพิ่มเกือบ 2 แสนนายสู้ในสมรภูมิตะวันออก

รัสเซียถล่มเมืองท่ายูเครน ตอบโต้เหตุระเบิดสะพานไครเมีย

รัสเซียถล่มโจมตีทางอากาศทั่วยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม พีพีทีวี - รอบโลกเดลี่
รัสเซียถล่มโจมตีทางอากาศทั่วยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม

กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า จำนวนขีปนาวุธและโดรนที่รัสเซียยิงถล่มใส่ยูเครนนั้นอยู่ที่รวม 158 ลำ/ลูก ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดส่วนใหญ่ได้ แต่ก็มีบางส่วนเช่นกันที่ตกลงไปสร้างความเสียหาย

ส่วนพื้นที่ตกเป็นเป้าการโจมตีนั้นมีทั่วยูเครน โดยกองทัพอากาศระบุว่าไม่เคยเกิดการโจมตีทางอากาศพร้อมกันที่หลายพื้นที่เท่าครั้งนี้   พื้นที่หนึ่งที่ถูกโจมตีหนักที่สุดคือกรุงเคียฟ 

วิทาลี คลิชโก ผู้ว่าการกรุงเคียฟระบุผ่านเทเลแกรมว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย ขณะที่ขณะนี้มีประชาชนอีก 3 รายที่ติดอยู่ในเศษซากโกดังทางตอนเหนือของกรุงเคียฟ หลังถูกเศษซากขีปนาวุธและโดรนจากการยิงสกัดพุ่งเข้าชนจนเสียหาย ความเสียหายยังกระจายไปในพื้นที่เขตอื่น เช่น เขตเชฟเชนโกทางตอนกลางของเมือง 

เซอร์ฮี  ป็อปโก หัวหน้าหน่วยทหารประจำกรุงเคียฟระบุว่ามีอาคารที่พักอาศัยของพลเรือนเสียหาย รวมถึงมีไฟไหม้ที่โกดังสินค้าในเขตเช่นกัน โดยคาดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน  

โอเดสซา เมืองท่าทางตอนใต้ติดทะเลดำของยูเครนคืออีกเมืองหนึ่งที่ตกเป็นเป้าการโจมตี 
โอเลฮ์ คีเปอร์ ผู้ว่าการแคว้นโอเดสซาระบุว่า เศษซากโดรนได้พุ่งเข้าชนไปยังอาคารสูงแห่งหนึ่งในเมืองจนเกิดไฟไหม้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของยูเครนกำลังเร่งกู้ภัยและอพยพประชาชนออกมาจากอาคาร 

ขณะเดียวกัน อาคารที่อยู่อาศัยจำนวนหนึ่งก็ถูกโจมตีโดยขีปนาวุธของรัสเซีย ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 2 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 15 ราย 

อีกพื้นที่หนึ่งที่ถูกโจมตีคือที่ซาโปริซเซีย แคว้นทางตอนใต้ โดยยูริ มาลาชโก ผู้ว่าการแคว้นซาโปริซเซีย เปิดเผยว่าการโจมตีได้ทำลายบ้านหนึ่งหลัง และสร้างความเสียหายให้แก่อะพาร์ตเมนต์หลายแห่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย 

นอกจากนี้พื้นที่อื่นๆ ที่ถูกโจมตีได้แก่ คาร์คีฟทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดนีโปรทางภาคกลาง ลวิฟทางภาคตะวันตกของประเทศ ล่าสุด เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นยูเครน ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 18 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 132 ราย ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานของยูเครนรายงานว่า เกิดไฟดับใน 4 ภูมิภาคหลังการโจมตีทางอากาศระลอกนี้ 

อีกพื้นที่ที่สงครามยกระดับความรุนแรงอีกครั้งคือในฉนวนกาซา หลังกองกำลังป้องกันอิสราเอลขยายพื้นที่ปฏิบัติการไปยังทางตอนกลางและตอนใต้ในฉนวนกาซา คู่ขนานไปกับการโจมตีทางอากาศตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา  

ความรุนแรงยิ่งทวีคูณ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีค่ายผู้ลี้ภัยหนาแน่น รวมถึงมีผู้พลัดถิ่นจำนวนมากที่อพยพออกจากพื้นที่ฉนวนกาซาทางตอนเหนือตามคำสั่งของกองกำลังอิสราเอลก่อนหน้านี้  การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ที่ค่ายผู้ลี้ภัยอัล-มากาซีทางตอนกลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่าง 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย 

รัสเซียถล่มโจมตีทางอากาศทั่วยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม พีพีทีวี - รอบโลกเดลี่
รัสเซียถล่มโจมตีทางอากาศทั่วยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม

วันนี้ช่วงเวลา 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ว่า กองกำลังอิสราเอลได้ยิงจรวดโจมตีไปยังบ้านหลังหนึ่งในค่ายผู้ลี้ภัยอัล-มากาซี ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่งทางตอนกลางของฉนวนกาซา  จากภาพจะเห็นว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กำลังเร่งกู้ภัยเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี ท่ามกลางเศษซากอาคารบางส่วนที่พังทลายลงมา  สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้ได้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย 

นี่คือการโจมตีล่าสุดที่เกิดขึ้นบริเวณตอนกลางของฉนวนกาซา หลังแดเนียล ฮาการี โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอลหรือ IDF ออกมาระบุอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า กองทัพอิสราเอลได้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางการทหารไปยังพื้นที่ดังกล่าวแล้ว 

นอกเหนือจากค่ายผู้ลี้ภัยอัล-มากาซี จุดอื่นๆ ที่มีรายงานว่าถูกโจมตีอย่างรุนแรงและหนักหน่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือค่ายผู้ลี้ภัยอัล นูเซรัต และค่ายผู้ลี้ภัยอัล-บูเรจ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลกันนัก  ขณะที่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และสมาชิกปีกทหารของกลุ่มฮามาสระบุว่า รถถังของอิสราเอลเคลื่อนพลอยู่ที่บริเวณทางตะวันออกของค่ายผู้ลี้ภัยอัล-บูเรจแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้  

ส่วนเหตุผลที่ต้องขยายปฏิบัติการไปยังตอนกลางของฉนวนกาซา โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอลยังคงอ้างเช่นเดิมว่าเป็นไปเพื่อทำลายโครงสร้างอุโมงค์ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินของกลุ่มฮามาส  มีรายงานว่าชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่บริเวณตอนกลางของฉนวนกาซาได้รับใบปลิวจากกองทัพอิสราเอลเตือนให้อพยพออกจากพื้นที่แล้วตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว พื้นที่หนึ่งที่ชาวกาซาถูกบอกให้อพยพไปคือ เมืองเดอีร์ อัล-บัลเลาะห์ เมืองทางตอนกลางที่อยู่ถัดลงไปทางใต้ 

อย่างไรก็ดี ขณะนี้พื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซามีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นถึงเกือบ 90,000 คน รวมถึงมีผู้พลัดถิ่นอยู่ในพื้นที่ถึง 61,000 คน  นี่ทำให้ UNRWA หน่วยงานบรรเทาทุกข์ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ของสหประชาชาติออกมาเตือนผ่านบัญชี X หรือทวิตเตอร์ว่า ชาวปาเลสไตน์ร่วมแสนกว่าคนไม่มีที่จะอพยพต่อไปแล้ว เนื่องจากเมืองเดอีร์ อัล-บาเลาะห์มีผู้คนหนาแน่นอยู่แล้ว โดยมีผู้พลัดถิ่นหลายแสนคนพักพิงอยู่ที่นั่น

นอกจากนี้ ทอม ไวท์ ผู้อำนวยการ UNRWA ในพื้นที่ฉนวนกาซายังออกมาแสดงความกังวลว่า ชาวกาซาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังถูกผลักให้อพยพเข้าไปยังเมืองราฟาห์ เมืองทางตอนใต้ซึ่งมีพรมแดนติดกับอียิปต์ ซึ่งมีขนาดเล็กและอาจไม่สามารถรองรับคนได้เพียงพอ   ขณะที่ วาลีด โมฮัมเหม็ด เอด ชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ทางตอนกลางของฉนวนกาซาระบุว่า เขาไม่ต้องการจะอพยพไปทางตอนใต้อีกแล้วแม้จะถูกโจมตีหนัก เพราะต่อให้อพยพลงไปก็ไม่มีที่พักพิง 

การโจมตีทางตอนใต้ของฉนวนกาซาก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงเช่นกัน โดยพื้นที่ที่ถูกโจมตีรุนแรงที่สุดเมื่อคืนที่ผ่านมาคือ เมืองราฟาห์ เมื่อวานนี้ สำนักข่าวรรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงแถลงของอาชราฟ อัล-ฆิดรา โฆษกของกระทรวงสาธารณสุขกาซาว่า อิสราเอลได้ยิงจรวดเข้ามาโจมตีที่อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในเมือง

จากภาพจะเห็นว่าอาคารได้รับความเสียหายอย่างมาก ซากปรักหักพังและเศษซากอาคารจากการโจมตีพังทลายตกลงมา บางส่วนหล่นทับใส่ผู้คน รวมถึงเด็ก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล 

เจ้าหน้าที่การแพทย์และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ระบุว่า อาคารที่ถูกโจมตีนั้นเป็นที่พักอาศัยของผู้พลัดถิ่น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากโรงพยาบาลคูเวต  ผู้เห็นเหตุการณ์ในพื้นที่รายหนึ่งเล่าวินาทีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นว่า เขาได้ยินเสียงระเบิดขณะหลับ จากนั้นอาคารก็เริ่มถล่ม และก็พบว่าอาคารที่พังลงมานั้นเต็มไปด้วยผู้พลัดถิ่น   ขณะที่ผู้รอดชีวิตจากการโจมตีรายหนึ่งระบุว่า พวกเขาพลัดถิ่นครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่กาซา ซีตี จนมาถึงราฟาห์ 

ล่าสุดโฆษกกระทรวงสาธารณสุขกาซาระบุว่าการโจมตีที่ราฟาห์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 รายและมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 55 ราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขกาซาระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมจนถึงตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 21,320 คนแล้ว 

การขยายปฏิบัติการโจมตีไปยังพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของฉนวนกาซาสะท้อนให้เห็นว่า อิสราเอลยังคงมุ่งมั่นตามที่ได้ประกาศไว้ว่า จะเดินหน้าสู้รบต่อเพื่อขจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซากและปลดปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่เหลืออยู่ออกมา ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาคมโลกให้มีการทำข้อตกลงหยุดยิง 

ขณะที่พันธมิตรคนสำคัญอย่างสหรัฐฯ ก็เริ่มปรับท่าทีและหันมาเรียกร้องให้อิสราเอลลดระดับความเข้มข้นของปฏิบัติการลงและคำนึงถึงผลกระทบทางมนุษยธรรมต่อพลเรือนในฉนวนกาซาด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากการบรรลุข้อตกลงหยุดโจมตีชั่วคราวและปล่อยตัวประกันมากกว่า 100 คนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังไม่มีสัญญาณว่าอิสราเอลและฮามาสจะบรรลุข้อตกลงได้อีกครั้ง  

ล่าสุดเมื่อวานนี้ ประชาชนชาวอิสราเอลเกือบ 1,000 คน ซึ่งส่วนมากเป็นเยาวชนได้มารวมตัวชุมนุมกันที่หน้าอาคารรัฐสภาอิสราเอลหรือ ‘คนีเซ็ต’ ในนครเยรูซาเล็ม จุดประสงค์คือ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันที่ยังอยู่ในการควบคุมของกลุ่มฮามาสออกมาทันที เหล่าผู้ร่วมชุมนุมต่างถือป้ายที่มีภาพและชื่อของตัวประกันที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมา ขณะที่บางส่วนถือป้ายข้อความที่ระบุว่า “เราต้องการตัวประกันกลับมาแบบมีชีวิต”

ผู้ที่มาร่วมชุมนุมบางส่วนกดดันไปที่รัฐบาลอิสราเอล โดยระบุว่าต้องการให้รัฐบาลเลิกทำสงครามและมุ่งเน้นไปที่การช่วยตัวประกันออกมาอย่างปลอยภัย  ส่วนอีกรายระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันอีกครั้งให้ได้ เพื่อที่จะได้ตัวประกันที่เหลือกลับมาทั้งหมด 

ขณะเดียวกัน ความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางยุติการสู้รบก็ยังดำเนินอยู่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายฮามาสที่ไม่เปิดเผยตัวตนได้ออกมาระบุต่อสำนักข่าว AFP ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสจะเดินทางไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ในวันนี้ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดและข้อสังเกตจากฝ่ายฮามาสต่อแผนหยุดยิงที่อียิปต์เป็นผู้เสนอไว้

ข้อเสนอหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสของอียิตป์มีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผนดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส 
เฟสแรกจะมีการหยุดยิง 2 สัปดาห์โดยอาจมีการขยายเวลาออกไป เพื่อปล่อยตัวประกันอิสราเอลที่เป็นผู้หญิง เด็ก และชายชรา 40 คน แลกกับนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอล 120 คน 

ส่วนเฟสที่ 2  อียิปต์จะจัดการพูดคุยเพื่อหาทางยุติการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มการเมืองปาเลสไตน์ ได้แก่กลุ่มฟาตาห์ที่ปกครองในเขตเวสต์แบงก์ และกลุ่มฮามาสที่ปกครองกาซา โดยหวังให้การพูดคุยนำไปสู่การตั้งรัฐบาลเทคโนแครตเพื่อดูแลความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูกาซา และท้ายสุดคือปูทางไปสู่การเลือกตั้ง

ส่วนเฟสที่ 3 จะมุ่งไปที่การหยุดยิงโดยสมบูรณ์และข้อตกลงที่ครอบคลุมเพื่อปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลและนักโทษปาเลสไตน์ควบคู่ไปกับการที่อิสราเอลถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากฉนวนกาซา และให้ผู้พลัดถิ่นภายในกาซาจากสงครามสามารถกลับไปยังบ้านเรือนของตัวเองได้

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ฮามาสระบุว่า ข้อสังเกตของฮามาสต่อแผนของอียิปต์จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นรูปแบบการแลกเปลี่ยนตัวประกัน จำนวนนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่จะได้รับการปล่อยตัว และหลักประกันในการถอนทหารของอิสราเอลจากฉนวนกาซา 

ส่วนท่าทีล่าสุดของฝ่ายอิสราเอล สื่ออิสราเอลระบุว่าคณะรัฐมนตรีสงครามยังไม่มีท่าทีที่แน่ชัด แต่สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างอิงนักการทูตตะวันตกว่า มีแนวโน้มว่าเนทันยาฮูและรัฐบาลสายเหยี่ยวของเขาจะไม่รับข้อเสนอเต็มรูปแบบ

ด่วน! “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” พร้อมลูกสาว ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ แฟนๆ แห่ห่วง-ส่งกำลังใจ

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า บอกลาอากาศเย็น! หลังจากนี้ร้อนขึ้น

29 ธ.ค. 66 ธนาคารหยุด! หลังแบงก์ชาติประกาศให้เลื่อนวันหยุดชดเชยสิ้นปี

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ