"โจ ไบเดน" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงผลงาน-นโยบายประจำปี


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ แถลงผลงานและนโยบายประจำปี ชูแนวทางแก้ปัญหาในประเทศ-จัดการกับสงครามยูเครนและฉนวนกาซา

เมื่อคืนที่ผ่านหลายฝ่ายจับตามองการแถลงผลงานและนโยบายประจำปี หรือ State of the Union ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำต่อหน้าสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวาระที่สำคัญทางการเมืองของสหรัฐฯ เพราะเป็นโอกาสที่ฝ่ายบริหารจะได้ชี้แจงผลงานที่ผ่านมา รวมถึงวิสัยทัศน์และสิ่งที่ต้องการจะทำในอนาคตต่อฝ่ายนิติบัญญัติด้วย

โดยนอกเหนือการชี้แจงถึงแนวทางในการแก้ปัญหาในประเทศแล้ว State of the Union ของผู้นำสหรัฐฯ ในคราวนี้ มีการให้ความสำคัญกับแนวทางการจัดการกับสงครามที่กำลังดุเดือดในยูเครนและฉนวนกาซา

“ไบเดน-ทรัมป์” กวาดชัยชนะศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์ คาดรีแมตช์ชิง ปธน.สหรัฐ

“ไบเดน” เผยสหรัฐฯ จะส่งความช่วยเหลือทางอากาศให้กาซา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รายการรอบโลก DAILY
โจ ไบเดน ปธน.สหรัฐฯ แถลงผลงานและนโยบายประจำปี

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เปิดการแถลงผลงานและนโยบายประจำปีต่อหน้าสมาชิกสภาคองเกรสโดยระบุว่า เขาได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ และได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้อเมริกากลับมาเป็นดินแดนแห่งโอกาสสำหรับทุกคน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและโอกาสในการเข้าถึงสิทธิเสรีภาพ ในประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผลักดันให้มีการคืนสิทธิการทำแท้งหลังจากที่ศาลสูงตัดสินให้เรื่องนี้ผิดกฎหมายไปเมื่อปี 2022

ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ หลักๆ คือ จะผลักดันให้มีการปรับปรุงระบบภาษี โดยคนร่ำรวยและบริษัทที่มีทรัพย์สินเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 3,500 ล้านบาทต้องจ่ายภาษีเพิ่มมากขึ้น

ประธานาธิบดีไบเดนยังใช้โอกาสนี้กล่าววิพากษ์วิจารณ์อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายเรื่อง ตั้งแต่จุดยืนของทรัมป์ที่สนับสนุนให้ยุติสิทธิการทำแท้ง เลยไปถึงเรื่องความพยายามของทรัมป์ในการบิดเบือนเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เมื่อผู้สนับสนุนทรัมป์นับพันคนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเพื่อพยายามขัดขวางกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้งที่มีโจ ไบเดนเป็นผู้ชนะ ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างรอยด่างพร้อยให้กับประชาธิปไตยสหรัฐฯ และขณะนี้ทรัมป์กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาอาญาอยู่หลายคดี

นอกจากนี้ ไบเดนยังวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ ที่กล่าวสนับสนุนให้รัสเซียโจมตีประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ที่ไม่จัดสรรงบประมาณร้อยละ 2 ของจีดีพีให้กับด้านกลาโหม

การออกมาอัดทรัมป์ในระหว่างการแถลงผลงาน เกิดขึ้นในวันที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ไบเดนและทรัมป์จะกลับมาเจอกันในศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้หลังจากทั้งคู่ชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นเกือบทุกรัฐ

 

ปธน.ไบเดนประกาศสร้างท่าเรือชั่วคราวในเมดิเตอร์เรเนียน

อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสำคัญในระหว่างการแถลง State of the Union คือ สงครามในฉนวนกาซาที่ดำเนินมาครบ 5 เดือน โดยผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า นี่เป็น 5 เดือนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของพลเรือนทั้ง 2 ฝ่าย

โดยเฉพาะกับชาวกาซาที่กำลังเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมอย่างหนัก  และเพื่อเป็นการแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลงทุกขณะ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศสร้างท่าเรือชั่วคราวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังจากที่อิสราเอลเมินเฉยที่จะผ่อนปรนการส่งของทางบก

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เริ่มต้นการพูดถึงสงครามในฉนวนกาซา ด้วยการระบุถึงเหตุการณ์ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมหรือเมื่อ 5 เดือนที่แล้วว่า  เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับพลเรือนอิสราเอลที่ถูกกระทำ ถูกสังหาร และนี่ถือเป็นสิทธิของอิสราเอลที่จะป้องกันตนเองด้วยการส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการกวาดล้างฮามาสในฉนวนกาซา

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการทางการทหารของอิสราเอลได้ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์นับล้านคนในฉนวนกาซา และอิสราเอลไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนนี้ได้  ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ภาพที่ผู้คนในฉนวนกาซาต้องอยู่อย่างลำบากเพราะบ้านเรือนถูกทำลาย ภาพของคนที่บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือกำลังรออาหารด้วยความหิวโหยคือภาพที่เขาสะเทือนใจ

ประธานาธิบดีไบเดนยังระบุด้วยว่า ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้อิสราเอลและฮามาสทำข้อตกลงหยุดยิงอย่างน้อย 6 สัปดาห์เพื่อบรรเทาวิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ  และในวันที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ สิ่งที่เขาตัดสินใจทำคือ สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯสร้างท่าเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อบรรเทาวิกฤต การประกาศแผนสร้างท่าเรือชั่วคราวบนชายฝั่งของฉนวนกาซาเกิดขึ้นหลังจากที่การส่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปในฉนวนกาซาทำได้ยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ  ที่ผ่านมา ฉนวนกาซาจำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากร รวมถึงอาหารและน้ำจากโลกภายนอกเนื่องจากไม่สามารถทำการเกษตรหรือผลิตอาหารที่เพียงพอในการเลี้ยงประชากรกว่า 2.3 ล้านคนที่อยู่ที่นั่นได้

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รายการรอบโลก DAILY
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงผลงานและนโยบายประจำปี

ฉนวนกาซาเป็นพื้นที่เล็กๆ ขนาดใกล้เคียงกับจังหวัดสมุทรสงคราม มีชายแดนด้านเหนือและตะวันออกติดกับอิสราเอล ด้านใต้ติดกับอียิปต์ ขณะที่ด้านตะวันตกถูกขนาบยาวด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากสงครามระเบิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อิสราเอลประกาศปิดทุกด่านที่เข้าไปในฉนวนกาซาไม่ให้มีการส่งของที่จำเป็นเข้าไปที่นั่นอีกต่อไป

ส่งผลให้ประชาคมโลกออกมากดดันอย่างหนัก จนในที่สุดอิสราเอลก็ยอมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าฉนวนกาซาได้เริ่มต้นด้วยการเปิดด่านราฟาห์ที่ติดกับชายแดนอียิปต์  หลังจากนั้นก็มีการผ่อนปรนให้ผ่านอีกด่าน นั่นก็คือ ด่านคาเรม เชอโลม (Karem Shalom) ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักจากด่านราฟาห์

ถึงแม้อิสราเอลจะยอมเปิดทางให้ แต่การขนของเข้าไปช่วยเหลือพลเรือนในฉนวนกาซาก็ยังเต็มไปด้วยอุปสรรคเนื่องจากอิสราเอลมีการตั้งจุดตรวจค้นและควบคุมรถที่ผ่านเข้าออกอย่างเข้มงวด

ยังไม่นับรวมกับการที่มีชาวอิสราเอลบางส่วนไปปักหลักประท้วงบริเวณด่าน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ส่งของเข้าไปในฉนวนกาซาได้ อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญคือ ความปลอดภัย เนื่องจากอิสราเอลยังคงมีการโจมตีทางอากาศใส่บริเวณด่านเป็นระยะๆ เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้การส่งข้าวของบรรเทาทุกข์เป็นไปด้วยความล่าช้าและไม่ทันการณ์กับวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าไปได้เร็วขึ้น ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายชาติจึงใช้วิธีการส่งของด้วยการหย่อนทิ้งจากเครื่องบิน แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่เพียงพอ องค์การสหประชาติให้ข้อมูลว่า พลเรือน 1 ใน 4 ของฉนวนกาซาที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง กำลังเผชิญกับภาวะอดอยากอย่างถึงขีดสุด

เหตุการณ์ที่สะท้อนได้ชัดเจนถึงวิกฤตของสถานการณ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อชาวกาซากว่า 100 คน เสียชีวิตจากความวุ่นวายขณะแย่งสิ่งของจากรถขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิสราเอลถูกตั้งคำถามอย่างหนัก และเป็นที่มาของการที่ประธานาธิบดีไบเดนสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ สร้างท่าเรือเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังจากที่ไม่สามารถโน้มน้าวให้อิสราเอลผ่อนปรนให้มีการส่งของทางบกได้

มีรายงานว่า ท่าเรือชั่วคราวที่ผู้นำสหรัฐฯ สั่งให้สร้าง จะสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกอาหาร น้ำและยารักษาโรคได้ในปริมาณมากโดยของบรรเทาทุกข์เหล่านี้จะถูกขนด้วยเครื่องบิน เพื่อมาลงเรือในประเทศไซปรัสซึ่งมีพื้นที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

ล่าสุด เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดแถลงข่าวหลังจากไปตรวจท่าเรือที่ไซปรัสว่า สหรัฐฯ สหราชอาณาจักรและอียู จะเริ่มลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์โดยทางเรือเพื่อเข้าไปในฉนวนกาซ่าได้ในสุดสัปดาห์นี้

หลายฝ่ายมองว่า ถึงแม้ประธานาธิบดีไบเดนจะยังคงยืนยันหลักการว่าอิสราเอลมีสิทธิในการป้องกันตนเองด้วยการทำสงครามในฉนวนกาซา แต่ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ต่ออิสราเอลเมื่อคืนที่ผ่านมาในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ State of the Union มีความแข็งกร้าวมากขึ้น  หลายฝ่ายระบุว่า ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากผู้สนับสนุนพรรคเดโมเครตเริ่มไม่พอใจต่อแนวทางสนับสนุนอิสราเอลแบบไม่มีเงื่อนไขของทำเนียบขาว และความไม่พอใจนี้ก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อคืนที่ผ่านมา มีคนจำนวนหนึ่งไปชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบขาว ในระหว่างที่ผู้นำสหรัฐฯ กำลังแถลงผลงานที่สภา โดยกลุ่มคนที่มาชุมนุมได้ตะโกนเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งผลักดันการหยุดยิงในฉนวนกาซา การประท้วงในลักษณะนี้เกิดถี่มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้สนับสนุนพรรคเดโมเครตจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ไม่พอใจ และความไม่พอใจนี้อาจส่งผลให้ประธานาธิบดีไบเดนแพ้เลือกตั้งในปลายปีนี้ได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีไบเดนต้องแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นต่ออิสราเอล

ทางด้านอิสราเอลยังไม่มีปฏิกริยาออกมาหลังจากประธานาธิบดีไบเดนประกาศสร้างท่าเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อใช้เป็นช่องทางในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับพลเรือนในฉนวนกาซาและวันนี้คือวันครบรอบ 5 เดือนที่อิสราเอลถูกกลุ่มฮามาสโจมตี  ชาวอิสราเอลออกมารำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ ขณะที่บางส่วนออกมาประท้วงรัฐบาลนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รายการรอบโลก DAILY
โจ ไบเดน แถลงผลงานและนโยบายประจำปี

 

ครบ 5 เดือนสงครามกาซา

ชาวอิสราเอลจำนวนมากพากันเดินทางมาที่ทะเลทรายเนเกฟใกล้กับคิบบุตซ์ เรอิม (Kibbutz Re’im) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อไว้อาลัยให้กับคนที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหารเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว จุดนี้อยู่อยู่ไม่ไกลมากนักจากชายแดนที่ติดกับฉนวนกาซา

ในวันเกิดเหตุ หนุ่มสาวนับร้อยคนกำลังสนุกสนานกับเทศกาลแสดงดนตรีซุปเปอร์โนวาก่อนที่สมาชิกฮามาสหลายสิบคนที่ฝ่าด่านชายแดนมา ได้ตรงเข้ากราดยิงด้วยอาวุธปืน ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก และบางส่วนถูกฮามาสนำตัวกลับไปที่ฉนวนกาซาในฐานะตัวประกัน คนที่มาร่วมไว้อาลัยในวันครบรอบ 5 เดือนระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาโดยสิ้นเชิง

ขณะที่ครอบครัวตัวประกันก็ออกมากดดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเร่งหาทางนำตัวประกันกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

เหตุการณ์ฮามาสโจมตีแผ่นดินอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ส่งผลให้มีชาวอิสราเอลเสียชีวิต 1,410 ราย ส่วนตัวประกันที่ยังอยู่ในการควบคุมของฮามาสมีประมาณ 130 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซานับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากทำสงครามขณะนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 30,878 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 72,402 คน

8 มีนาคม “วันสตรีสากล” รำลึกการเรียกร้องสิทธิ ความเท่าเทียมของผู้หญิง

แฟนการ์ตูนอาลัย “โทริยามะ อากิระ” ผู้สร้าง “ดราก้อนบอล” เสียชีวิตแล้ว

ประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 7 ฝนจ่อถล่มไทยหลายพื้นที่

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ