ระหว่างการตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตยุทโธปกรณ์ในภูมิภาค นิจนี นอฟโกรอด (Nizhny Novgorod ) เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้รับรายงานจากผู้บริหารวิสาหกิจผลิตอาวุธต่าง ๆ ว่า ได้เริ่มการผลิตระเบิด FAB-3000 ในปริมาณมาก ตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
โดยระเบิด FAB-3000 เป็นระเบิดสำหรับติดตั้งกับเครื่องบิน มีน้ำหนัก 3,000 กิโลกรัม หรือ 3 ตัน และมีอานุภาพสูง สามารถทำลายเป้าหมายทางทหารที่เสริมการป้องกันอย่างแน่นหนา
นอกจากนี้ รัสเซียยังเพิ่มกำลังการผลิตระเบิด FAB-500 เป็นปริมาณหลายเท่าตัว และระเบิด FAB-1500 อีก 2 เท่า ซึ่งระเบิดทั้งสองรุ่นนี้เป็นอาวุธสำหรับติดตั้งกับเครื่องบินเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า รัสเซียเริ่มใช้ระเบิด FAB-1500 เพื่อสร้างความได้เปรียบในสงครามยูเครน ทำให้เกิดหลุมความเสียหายกว้างถึง 15 เมตร
ชอยกูระบุว่า การผลิตส่วนประกอบของเครื่องกระสุนเหล่านี้เพิ่มขึ้นถึง 22 เท่า โดย 75% กำลังถูกส่งเข้าคลังเก็บรักษา ซึ่งจะทำให้รัสเซียมีเครื่องกระสุนอย่างเพียงพอสำหรับปฏิบัติการทางทหารในยูเครน
โดยตั้งแต่ปีที่แล้ว รัสเซียสามารถผลิตเครื่องกระสุนสำหรับปืนใหญ่และเครื่องบินได้เพิ่มมากขึ้นถึง 5 เท่า
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มี.ค. กองทัพรัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธนำวิถี และจรวดร่อนโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนระรอกใหญ่ เป็นเหตุให้อะพาร์ตเมนต์-โรงเรียนอนุบาล และโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และพลเรือนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน
กองทัพยูเครนระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ของรัสเซีย ถือเป็นการโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัสเซียได้ใช้ทั้งขีปนาวุธนำวิถีและจรวดร่อนยิงมาถล่มกรุงเคียฟ ทว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพยูเครนไม่สามารถสกัดขีปนาวุธและจรวดร่อนเหล่านี้ได้ทั้งหมด
ส่วนความคืบหน้าการสนับสนุนจากชาติพันธมิตรตะวันตก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 มี.ค. ผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้ข้อตกลงกันในหลักการที่จะใช้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินรัสเซียที่อายัดไว้เพื่อส่งไปช่วยเหลือยูเครน
เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประเมินว่าว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้ในปีนี้อียูได้เงินประมาณ 3,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 120,000 ล้านบาท และคาดว่า 1,000 ล้านยูโร หรือ 40,000 ล้านบาท จะถูกส่งให้ยูเครนได้ในเดือน ก.ค.