การรื้อถอนซากสะพานบัลติมอร์ส่วนแรกเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนเก็บกวาดที่ซับซ้อนและยาวนาน เพื่อช่วยเปิดช่องทางชั่วคราวให้เรือลากจูง เรือท้องแบน และเรืออื่น ๆ แล่นเข้ามาในพื้นที่รอบ ๆ จุดที่สะพานถล่มได้มากขึ้น
การเปิดช่องทางจะช่วยให้การค้นหาร่างของเหยื่ออีก 4 คน ที่ยังสูญหายดำเนินต่อไปได้ และช่วยให้ท่าเรือที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและของประเทศ กลับมาให้บริการได้อีกครั้ง ขณะที่สภาพแวดล้อมใต้น้ำยังคงไม่ปลอดภัยสำหรับนักประดาน้ำ เนื่องจากยังมีเศษซากสะพานจำนวนมากที่ยังจมอยู่
เวส มัวร์ ผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า โครงสร้างเหล็กส่วนบนของสะพานบริเวณทิศเหนือของจุดถล่ม จะถูกตัดออกเป็นชิ้นๆ เพื่อที่เครนจะได้ยกขึ้นเรือท้องแบน และนำไปไว้ที่ศูนย์ท่าเรือเทรดพอยต์ แอตแลนติก (Tradepoint Atlantic)
เรือสินค้า “ต้าลี่” ตอนนี้ มีเหล็กหนักร่วม 4,000 ตัน ของสะพานคีย์บริดจ์พาดทับอยู่ที่ส่วนหัวเรือ โดยผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ระบุว่า แม้ว่าหัวเรือจะได้รับความเสียหาย แต่ไม่เป็นอันตราย
เหตุสะพานถล่มอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากต้องหยุดการสัญจรของเรือที่เข้าออกท่าเรือบัลติมอร์ทั้งหมด
มัวร์ระบุว่า ท่าเรือบัลติมอร์รอบรับรถยนต์และอุปกรณ์การเกษตรมากกว่าท่าเรือใดๆ ในสหรัฐฯ และมีคนงานอย่างน้อย 8,000 คน ในท่าเรือ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ระบุว่า ธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสะพานถล่มสามารถยื่นขอเงินกู้ช่วยเหลือภัยพิบัติจากรัฐบาลกลางได้สูงสุด 2 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 73 ล้านบาท