อิหร่าน โชว์อาวุธหนักหลากชนิดในวันกองทัพ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลายฝ่ายยังเฝ้ารอและติดตามความเคลื่อนไหวของรัฐบาลอิสราเอลว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้อิหร่านอย่างไร หลังถูกโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมาข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ตอนนี้คณะรัฐมนตรีด้านการสงครามของอิสราเอล ยังคงอยู่ในระหว่างการตัดสินใจมาตรการที่จะใช้เพื่อตอบโต้อิหร่าน

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการตัดสินใจของอิสราเอลและความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยกระดับขึ้นในรอบหลายสิบปี อิหร่านได้นำอาวุธต่างๆ ออกมาแสดงแสนยานุภาพ

รัฐบาลอิหร่านได้จัดพิธีสวนสนามครั้งใหญ่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ เนื่องในวันกองทัพสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในพิธีสวนสนามปีนี้ กองทัพอิหร่านได้นำอาวุธประเภทต่างๆ มาจัดแสดง โดยมีตั้งแต่โดรนพลีชีพรุ่นอาบาบิล อาราช คารา โอมิด และโมฮาเจร์ ไปจนถึงขีปนาวุธพิสัยกลางอย่างเดซฟูล ระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่น S-300 ระบบเรดาร์คาร์เชฟ และระบบเรดาร์เตือนภัยอัล-ฟาจร์

คอนเทนต์แนะนำ
อิหร่าน ย้ำชัดจะตอบโต้รุนแรง หากอิสราเอลโจมตี
อิหร่าน ประกาศล้างแค้นอิสราเอลอย่างหนัก

อิหร่าน รายการรอบโลก DAILY
พิธีสวนสนามครั้งใหญ่ในกรุงเตหะราน เนื่องในวันกองทัพสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ด้านอิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่าน พร้อมกับนายพลระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอีกหลายนาย ได้เข้าร่วมชมพิธีสวนสนามในครั้งนี้

ในช่วงกล่าวสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีอิหร่านได้ประกาศชัดเจนว่า  หากอิสราเอลโจมตีโต้กลับแม้เพียงนิดเดียว อิหร่านจะโจมตีอิสราเอลคืนอย่างหนักและรุนแรงกว่าที่ทำในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ “ทรู พรอมิส” เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา

การจัดแสดงอาวุธของอิหร่านในวันกองทัพปีนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านๆ มา เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า สงครามในฉนวนกาซาจะลุกลามบานปลายออกไปจนกลายเป็นสงครามในระดับภูมิภาคหรือไม่

เนื่องจากอิหร่านประกาศชัดเจนว่า หากอิสราเอลเปิดฉากโต้กลับ อิหร่านพร้อมที่จะโจมตีชุดใหญ่และรุนแรงขึ้นกว่าเดิม รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล อย่างอโบลฟาซล์ อามูเอ โฆษกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน ก็ได้ออกมาเตือนว่า อิหร่านจะโจมตีอิสราเอลด้วยอาวุธที่ไม่เคยใช้มาก่อน

หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า “อาวุธที่ไม่เคยใช้มาก่อน” ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านพูดถึงคืออะไร จนนำไปสู่การตั้งคำถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเป็นอาวุธนิวเคลียร์

สำหรับเรื่องความเป็นไปได้ในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิหร่านวอทช์ (Iran Watch) หน่วยงานที่ติดตามโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ได้เผยแพร่ข้อมูลการประมาณการจากการเก็บข้อมูลที่ได้จากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันล่าสุดที่หน่วยงาน IAEA

เข้าถึงข้อมูล เนื่องจากอิหร่านได้ลดความร่วมมือกับ IAEA ทำให้ IAEA ไม่สามารถตรวจสอบปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านได้อย่างแม่นยำในเวลาใดเวลาหนึ่งอีกต่อไป

อิหร่านวอทช์รายงานว่า ตอนนี้โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน เข้าใกล้จุดที่สามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้เพียงพอสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ฟิชชัน 5 ชนิดภายในระยะเวลาเพียงสามสัปดาห์เท่านั้น

 ความสามารถของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากความก้าวหน้าในการทดสอบ และการใช้งานแบบจำลองเครื่องหมุนเหวี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยทั่วไปแล้ว หากต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ จะต้องใช้ยูเรเนียม-235 ที่มีความบริสุทธิ์ถึงร้อยละ 90

เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา หน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ทั่วโลกรายงานว่า พบยูเรเนียมที่มีความบริสุทธื์ถึง 83.7 เปอร์เซนต์ที่แหล่งผลิตที่โรงงานฟอร์โด (Fordow) ใต้ดินของอิหร่าน  นี่หมายความว่าอิหร่านเข้าใกล้จุดที่จะมียูเรเนียมบริสุทธิ์สำหรับผลิตอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์เบื้องต้นของอิหร่านวอทช์ชี้ว่า ถ้าอิหร่านสกัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงร้อยละ 90 สำเร็จ อิหร่านจะใช้ยูเรเนียมบริสุทธิ์ราว 16 กิโลกรัมใส่เข้าไปในแกนกลางของอาวุธนิวเคลียร์แต่ละชนิดเพื่อทำระเบิด

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า หากอิหร่านพอใจกับผลลัพธ์ของแรงระเบิดที่น้อยกว่าระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งใส่เมืองฮิโรชิมา อิหร่านอาจยอมไม่ใช้ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเพียงแค่ 7 กิโลกรัมเท่านั้น

การลดปริมาณยูเรเนียมบริสุทธิ์ จะทำให้อิหร่านสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เร็วขึ้นกว่า 3 สัปดาห์ และสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในจำนวนที่มากขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ ตอนนี้อิหร่านอยู่ในจุดที่ใกล้บรรลุการสกัดยูเรเนียมบริสุทธิ์ ซึ่งเข้าใกล้ความสำเร็จในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธป้องปรามที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก

แม้อิหร่านจะออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่าจะตอบโต้อย่างหนักและรุนแรง รวมถึงใช้อาวุธที่ไม่เคยใช้มาก่อน แต่ทางอิสราเอลดูเหมือนจะไม่ได้กังวลกับคำขู่ดังกล่าว  สังเกตได้จากการคำพูดของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ระบุในระหว่างหารือร่วมกับเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและแอนนาเลนา แบร์บ็อค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ผู้นำอิสราเอลย้ำชัดเจนว่า อิสราเอลจะตัดสินใจเรื่องการตอบโต้อิหร่านและจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องตนเอง

ขณะที่อิสราเอลยืนยันชัดเจนว่าจะตอบโต้อิหร่าน ตอนนี้บรรดาผู้นำของพันธมิตรของอิสราเอลในยุโรป ได้ออกมาประกาศสนับสนุนแผนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนต่ออิสราเอลเช่นกัน

บรรดาผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียม เพื่อหารือเรื่องการออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่  การคว่ำบาตรชุดใหม่นี้จะพุ่งเป้าไปที่ควบคุมการส่งโดรนของอิหร่านไปยังรัสเซีย และการส่งอาวุธไปยังกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ล่าสุดบรรดาผู้นำของชาติต่างๆ ในยุโรป ได้ออกมาประกาศสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรชุดเพิ่มเติมแล้ว อเล็กซานเดอร์ เดอ โกร นายกรัฐมนตรีเบลเยียม ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโดยระบุว่า เบลเยียมสนับสนุนมาตรการการคว่ำบาตรต่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามหรือ IRGC

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า สหภาพยุโรปได้คว่ำบาตรเป้าหมายที่เกี่ยวกับอิหร่านไปแล้วกว่า 269 เป้าหมาย แบ่งเป็นปัจเจกบุคคล 227 คน และองค์กรต่างๆ อีก 42 องค์กร  โดยบุคคลที่ถูก EU คว่ำบาตรส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของรัฐสภาอิหร่าน เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหม มหาดไทย เทคโนโลยีสารสนเทศ เจ้าหน้าที่ของ IRGC นายทหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ตุลาการ ตำรวจศีลธรรม รวมถึงสำนักข่าว

ส่วนมาตรการที่ถูกนำมาใช้ในการคว่ำบาตร คือ การห้ามบุคคลเหล่านี้เดินทางเข้ามาในยุโรป การแช่แข็งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงแบนการสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ตของหน่วยงานต่างๆ ของอิหร่าน

การออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่ออิหร่านในครั้งนี้ เป็นผลโดยตรงมาจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน หลังอิหร่านเปิดปฏิบัติการ “ทรู พรอมิส” โต้กลับอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยอิหร่านให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรียนเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้เจ้าหน้าระดับสูงของ IRGC เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอิหร่านถูกยุโรปคว่ำบาตรจากประเด็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก

ขณะที่หลายฝ่ายกำลังมุ่งความสนใจไปที่ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและอิหร่าน  ตอนนี้สถานการณ์ในฉนวนกาซายังอยู่ในวิกฤต โดยเฉพาะวิกฤตด้านมนุษยธรรม และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศใส่พื้นที่ฉนวนกาซาอยู่เป็นระยะๆ

ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซา ได้รายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลโจมตีโรงเรียนของ UNRWA ในเมืองกาซา ซิตี ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ฟิลิปเป ลาซซารินี ข้าหลวงใหญ่ขององค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ได้ระบุต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ความอดอยากที่เกิดขึ้นโดยน้ำมือของมนุษย์กำลังส่งผลกระทบร้ายแรงทั่วฉนวนกาซา 

พร้อมกันนี้ ฟิลิปเป ลาซซารินี ได้กล่าวหาว่าอิสราเอลขัดขวางการส่งมอบความช่วยเหลือและต้องการที่จะยุติกิจกรรมของ UNRWA ในฉนวนกาซา

ท่ามกลางการกล่าวหาของข้าหลวงใหญ่ UNRWA กองทัพอิสราเอลได้ออกมาระบุว่า ทางหน่วยงานอนุญาตให้รถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากท่าเรือแอชดอด เดินทางเข้าไปในฉนวนกาซาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงคราม

หลังจากนี้ การประสานงานกิจกรรมของรัฐบาลอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ หรือ COGAT ระบุว่า รถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเหล่านี้ จะเดินทางต่อไปยังด่านเคเรม ชาโลม เพื่อเข้าไปแจกจ่ายสิ่งของให้ประชาชนในฉนวนกาซาต่อไป

เป็นไปได้หรือ? ประชาชนสงสัยดูไบฝนตกหนัก-น้ำท่วมเพราะ “ฝนเทียม”

ผลบอล UCL เรอัล มาดริด ชนะจุดโทษ แมนฯ ซิตี้ ส่งทีมอังกฤษสูญพันธุ์

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 17 – 26 เม.ย. เตือนฝนเพิ่มขึ้น ระวังพายุฤดูร้อน!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ