ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงประณามจุดยืนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 12 คน ที่สนับสนุนการใช้อาวุธอเมริกันโจมตีเป้าหมายทางทหารภายในแผ่นดินรัสเซีย โดยระบุว่า การแสดงจุดยืนดังกล่าวเป็นพฤติกรรมไร้ความรับผิดชอบและจะเป็นการราดน้ำมันบนกองไฟ
นอกจากนีั เปสคอฟยังแสดงความมั่นใจว่า ยุทโธปกรณ์ที่ชาติตะวันตกส่งให้แก่ยูเครนจะไม่ทำให้แนวโน้มการสู้รบเกิดความเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งยืนยันว่ารัสเซียจะเดินหน้าสู้รบจนเป้าหมายทุกอย่างที่วางไว้
ขณะที่ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนวิจารณ์จุดยืนของชาติตะวันตก ทั้งการไม่ส่งระบบป้องภัยทางอากาศให้กับยูเครนเครนในจำนวนที่เพียงพอ หรือการห้ามใช้อาวุธที่ได้รับมาโจมตีฐานยิงขีปนาวุธ ซึ่งตั้งอยู่ภายในดินแดนรัสเซีย
โดยประธานาธิบดีเซเลนสกีระบุว่า จุดยืนเหล่านี้เป็นจุดอ่อนของประชาคมโลกที่ไม่มีความกล้าหาญในการจัดการกับรัสเซียอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนได้ยกย่องสวีเดนที่เตรียมส่งมอบความช่วยเหลือมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ หรือ กว่า 2 แสน 5 หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า โดยแสดงความมั่นใจว่าการสนับสนุนรอบใหม่นี้จะไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งภายในยูเครนเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนความมั่นคงในอาณาเขตทั้งหมดของยุโรปตั้งแต่ ภูมิภาคบอลติกไปจนถึงทะเลดำ
ส่วนสถานการณ์การสู้รบเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่า การโจมตีระลอกล่าสุดโดยรัสเซียเข้าใส่เมืองคาร์คีฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 คน
โอเลห์ ซีเนฮูบอฟ ผู้ว่าการภูมิคาร์คีฟ ระบุว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธ 15 ลูกเข้าใส่พื้นที่เมืองคาร์คีฟในการโจมตีรอบล่าสุดนี้
ส่วนที่ภูมิภาคเบลโกรอด ทางตะวันตกของรัสเซีย เจ้าหน้าที่รายงานว่า การโจมตีทางอากาศจากยูเครนในวันพฤหัสบดีได้สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตนเช่นกัน แม้กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า ได้ทำลายจรวด 35 ลูกและโดรน 3 ลำที่ยูเครนส่งเข้ามาได้สำเร็จ
เวียเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการเบลโกรอด เปิดเผยว่าการโจมตีของยูเครนได้สร้างความเสียหายให้กับอาคารแห่งหนึ่งและทำให้เกิดไฟไหม้ในพื้นที่จุดหนึ่งของเมืองเบลโกรอด และมีบ้านหลายหลังในหมู่บ้าน 2 แห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย