วันที่ 24 พ.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังจากเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส และสาธารณรัฐอิตาลี พร้อมเข้าร่วมประชุม Nikkei Forum of Asia ครั้งที่ 29 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16 - 24 พ.ค. 2567
นายเศรษฐากล่าวตอนหนึ่งว่า ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ได้มีโอกาสรับประทานอาหารกลางวันกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และได้หารือกัน
หนึ่งในเรื่องที่พูดคุยกันคือ ช่วงมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปลายเดือน ก.ค. จะใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสหยุดยิงชั่วคราว หรือที่เรียกว่า “Olympic Ceasefire” (การพักรบช่วงโอลิมปิก) ซึ่งไทยขอร่วมด้วยที่จะผลักดันให้เรื่องนี้เกิดขึ้น
สำหรับการพักรบช่วงโอลิมปิก Olympic Ceasefire หรือ Olympic Truce นั้น เป็นธรรมเนียมที่มีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ 700 กว่าปีก่อนคริสตกาล โดยจะประกาศก่อนปละระหว่างจัดงาน เพื่อให้มั่นใจว่า เจ้าภาพ นักกีฬา และผู้ชม จะไม่ถูกโจมตีหรือได้รับผลกระทบจากสงครามใด ๆ
ธรรมเนียมดังกล่าวหายไปหลายพันปี และมาปรากฏอีกครั้งช่วงทศวรรษ 1990s โดยในปี 1992 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้รื้อฟื้นธรรมเนียมนี้ขึ้นใหม่ เรียกร้องให้ทุกชาติปฏิบัติตามการพักรบในระหว่างการแข่งขันกีฬาสมัยใหม่ และได้รับการรับรองโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในปี 1993
หลักการของ Olympic Truce ในปัจจุบันคือ เริ่มต้น 1 สัปดาห์ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และสิ้นสุด 1 สัปดาห์หลังจากพิธีปิดการแข่งขันพาราลิมปิก
ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของโอลิมปิก ธรรมเนียม Olympic Truce เคยถูกละเมิดไป 3 ครั้ง ทั้ง 3 ครั้งเป็นฝีมือของรัสเซีย นั่นคือ สงครามรัสเซีย-จอร์เจียปี 2008, รัสเซียผนวกไครเมีย 2014 (ช่วงพาราลิมปิกฤดูหนาว) และสงครามรัสเซีย-ยูเครน 2022 (ช่วงโอลิมปิกฤดูหนาว) ส่งผลให้รัสเซียถูกแบนจากการเข้าร่วม และต้องใช้ชื่อคณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย (ROC) เข้าร่วมแทน
สำหรับโอลิมปิก 2024 จะจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม ซึ่งต้องจับตาดูต่อไปว่า ข้อเสนอ Olympic Truce ที่นายเศรษฐาและมาครงเห็นชอบนี้ จะถูกผลักดันจนมีผลใช้จริงหรือไม่ และหากอิสราเอลตัดสินใจละเมิด จะนำไปสู่ผลลัพธ์ใดบ้าง