หลายฝ่ายมองว่าบรรยากาศงานรำลึกวันดี-เดย์ที่จัดขึ้นในฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และมีความหมายมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพราะเกิดขึ้นในวันที่ยุโรปเผชิญกับสงครามเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
บรรดาผู้นำของชาติสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และแคนาดา เดินทางมาถึงสถานที่จัดงานรำลึกวันครบรอบ 80 ปีวันดีเดย์ ซึ่งจัดขึ้นที่แคว้นนอร์มังดี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส
โดยนี่เป็นการรำลึกถึงวันที่ทหารของฝ่ายสัมพันธมิตรทั้ง 3 ชาติ ยกพลขึ้นบกที่หาดในแคว้นแห่งนี้ เพื่อเริ่มต้นปฏิบัติการปลดปล่อยยุโรปจากกองทัพนาซีเยอรมนีในปี 1944
ความพิเศษของงานรำลึกปีนี้อยู่ที่การปรากฏตัวของโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และโอเลียนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน ซึ่งเป็นผู้แทนของประเทศที่กำลังเผชิญสงครามเต็มรูปแบบในยุโรปตอนนี้
ส่วนไฮไลต์สำคัญในงานที่กลายเป็นกระแสมีอยู่ 2 ช่วงด้วยกันโดยช่วงแรกคือ ตอนที่ผู้นำยูเครนตอบผู้สื่อข่าวว่า ตัวเขาเห็นชัยชนะแบบที่นอร์มังดีเกิดขึ้นกับยูเครน ซึ่งเรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั้งงาน
ส่วนอีกช่วงหนึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้นำของยูเครน ได้พูดคุยกับทหารผ่านศึกสมรภูมินอร์มังดี ผู้นำยูเครนได้สวมกอดกับทหารผ่านศึกรายดังกล่าว ก่อนที่ทหารผ่านศึกจะบอกกับผู้นำยูเครนว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกี คือ ผู้กอบกู้ประชาชนยูเครน
หลายฝ่ายมองว่า การปรากฏตัวของประธานาธิบดียูเครนเนื่องในวันสำคัญของชาติสัมพันธมิตร เป็นความตั้งใจของประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ที่ต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์สนับสนุนการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครนและอิสรภาพของยุโรป
โดยประธานาธิบดีไบเดน ได้กล่าวสุนทรพจน์ระบุว่า สหรัฐฯ ชาติสมาชิกนาโต และพันธมิตรของยูเครนอีกมากกว่า 50 ประเทศ จะยืนหยัดมั่นคงและไม่ทอดทิ้งยูเครน เพราะการทอดทิ้งยูเครน จะทำให้ชาติยุโรปที่เหลือถูกรัสเซียคุกคาม
ด้านประธานาธิบดีมาครงที่ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ก็ได้ให้คำมั่นกับผู้นำยูเครนคล้ายๆ กับผู้นำสหรัฐฯ โดยระบุว่า ฝรั่งเศสจะยืนหยัดเคียงข้างยูเครนอย่างมั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากการให้คำมั่นสัญญาต่อยูเครนจากทั้งสองชาติ ล่าสุดฝรั่งเศสได้ออกมาประกาศมอบอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญอย่างเครื่องบินรบให้แก่ยูเครนด้วย
ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ประกาศขณะออกรายการโทรทัศน์ว่า ฝรั่งเศสจะส่ง Mirage 2000-5 (มิราจ ทูเธาเซินด์-ไฟว์) เครื่องบินรบขับไล่สัญชาติฝรั่งเศสให้แก่ยูเครน ขณะเดียวกัน ผู้นำฝรั่งเศสระบุเพิ่มเติมว่า จะเริ่มเปิดตัวโครงการฝึกนักบินได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะเริ่มส่งมอบเครื่องบินรบให้ยูเครนได้ในช่วงปลายปีนี้
เครื่องบินรบขับไล่ Mirage 2000-5 นี้ เป็นเครื่องบินรบขับไล่ตระกูล Mirage 2000 ที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมสำหรับการต่อสู้ชนิดจากอากาศสู่อากาศโดยเฉพาะ ตัวเครื่องบินเป็นแบบปีกเดลตาไร้หาง เครื่องยนต์เดี่ยว ติดระบบเรดาร์หลายโหมด และสามารถบินที่ทำความเร็วเหนือเสียงได้ เครื่องบินนี้ถูกนำมาประจำการในกองทัพอากาศฝรั่งเศสในช่วงทศวรรษ 1990 และกำลังทยอยถูกปลดประจำการในปัจจุบัน
แต่ล่าสุด กองทัพฝรั่งเศสคาดว่า เครื่องบินรบ Mirage 2000-5 ทุกลำ จะถูกปลดประจำการจากกองทัพอากาศในปี 2029 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า ด้านพันเอแอนน์ ลาบาดี ทหารอากาศฝรั่งเศสชี้ว่า สาเหตุที่ผู้นำฝรั่งเศสเลือกเครื่องบินรบขับไล่รุ่น Mirage 2000-5 เป็นเพราะเครื่องบินรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันภัยทางอากาศโดยเฉพาะ
พ.อ.แอนน์ ลาบาดี ประเมินว่า หากยูเครนได้รับเครื่องบินนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และประจำการเครื่องบินเหนือน่านฟ้าในปีนี้ ยูเครนอาจสามารถใช้มันเพื่อยิงสกัดเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซีย ที่นำระเบิดนำวิถีกว่า 3,000 ลูกมาทิ้งใส่เมืองคาร์คีฟในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนและทหารที่อยู่ตามแนวหน้าของสนามรบ
ขณะเดียวกัน ด้านประธานาธิบดีไบเดน ก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว ABC ของสหรัฐฯ โดยระบุถึงเงื่อนไขที่ยูเครนจะโจมตีแผ่นดินรัสเซียด้วยอาวุธสัญชาติอเมริกัน ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า ยูเครนสามารถใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายทางการทหารของรัสเซียในพื้นที่ใกล้ชายแดนในแคว้นเบลโกรอดได้
แต่สหรัฐฯ ไม่อนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธเหล่านั้นโจมตีลึกเข้าไปในแผ่นดินรัสเซียไกลถึง 300 กิโลเมตร และไม่อนุญาตให้ยูเครนโจมตีวังเครมลิน ซึ่งเป็นที่ทำการของรัฐบาลรัสเซีย หรือพื้นที่ในกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย
สาเหตุที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงยืนยันในหลักการที่ไม่ให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย เป็นเพราะความกังวลว่านั่นจะนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์ และอาจจบลงด้วยสงครามนิวเคลียร์
และตอนนี้ดูเหมือนว่าข้อกังวลของสหรัฐฯ ถูกตอกย้ำอีกครั้ง หลังเมื่อวานนี้ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียได้ระบุว่า ประเทศที่สนับสนุนอาวุธให้ยูเครนใช้เพื่อโจมตีรัสเซีย จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่จะตามมา
นอกจากการออกมาเตือนด้วยวาจาจากทางรัฐบาลรัสเซียล่าสุดสำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานว่า ในสัปดาหห์น้า รัสเซียจะส่งเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เพื่อไปเยือนกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา พันธมิตรสำคัญของรัสเซียในภูมิภาคอเมริกาเหนือ
กระทรวงกองกำลังการปฏิวัติของคิวบาระบุในแถลงการณ์ว่า เรือรัสเซียที่จะมาเยือนคิวบามีทั้งหมด 4 ลำ โดยเป็นเรือดำน้ำ 1 ลำที่มีชื่อว่าคาซาน ส่วนอีก 3 ลำเป็นเรือรบที่ประกอบไปด้วยเรือฟริเกตติดขีปนาวุธ เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือลากจูง อย่างไรก็ดี ทางการคิวบาระบุว่า เรือดำน้ำนิวเคลียร์ของรัสเซียจะไม่ได้บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์มาด้วย และจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้
การประกาศของทางการคิวบามีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าเรือรบและเครื่องบินรบของรัสเซีย จะมาเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบในทะเลแคริบเบียนในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่บางรายของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า การซ้อมรบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโต้ตอบจากรัฐบาลรัสเซีย หลังประธานาธิบดีไบเดน ประกาศอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธบางประเภทโจมตีเป้าหมายทางการทหารบนแคว้นเบลโกรอดของรัสเซียได้