โลกปัจจุบันอยู่ในยุคที่ความรักเป็นสิ่งที่เปิดกว้าง หลากหลาย ไร้พรมแดน และไร้ข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นความรักของคนสองคนที่อยู่ห่างคนละซีกโลก ความรักของกลุ่ม LGBTQ+ รวมถึงความรักที่ไม่ใช่อภิสิทธิ์เฉพาะของคนหนุ่มสาวเท่านั้น
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้มีพิธีมงคลเกิดขึ้นที่แคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่งจัดพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปีวันดีเดย์ (D-Day) หรือเหตุการณ์การยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีไปหมาด ๆ
สิ่งที่ทำให้งานสมรสครั้งนี้มีความพิเศษอยู่ที่ตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาว โดยฝ่ายเจ้าบ่าวคือ ฮาโรลด์ เทเรนส์ อดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันอายุ 100 ปี ส่วนเจ้าสาวคือ จีนน์ สแวร์ลิน อายุ 96 ปี ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรักนั้นไม่ได้มีเรื่องของอายุมาเป็นปัจจัยแต่อย่างใด
เทเรนส์บอกว่า “นี่คือวันที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”
ระหว่างทางเข้าสู่พิธีวิวาห์ ว่าที่เจ้าสาวกล่าวว่า “ความรักมันไม่ใช่แค่สำหรับคนหนุ่มสาวเท่านั้นนะ รู้ไหม?”
สถานที่จัดงานคือศาลากลางเมืองคาเรนตันที่สร้างด้วยหินอันงดงาม ซึ่งที่นี่เคยเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องบุกยึดในวันดีเดย์
ทั้งคู่กล่าวคำสาบานเป็นนสามีภรรยาและแลกแหวนกัน จากนั้นถือแชมเปญออกไปทักทายฝูงชนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานการแต่งงานครั้งนี้ โดยเทเรนส์พูดขณะชนแก้วว่า “แด่สุขภาพที่ดีของทุกคน แด่สันติภาพในโลกและการรักษาประชาธิปไตยทั่วโลก แด่การสิ้นสุดของสงครามในยูเครนและฉนวนกาซา”
เทรนส์และสแวร์ลินสนุกกับงานปาร์ตี้ในค่ำคืนแต่งงานที่แสนพิเศษ พวกเขาได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่พระราชวังเอลิเซรวมกับกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ด้วย
มาครงกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ... คาเรนตันมีความสุขที่ได้จัดงานแต่งงานของคุณ และพวกเราขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำงานแต่งงานของคุณ”
ทั้งนี้ งานแต่งงานของทั้งคู่เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยนายกเทศมนตรีเมืองคาเรนตัน ฌอง-ปิแอร์ ลุนเนอร์ กล่าวว่า เขาไม่มีอำนาจที่จะแต่งงานให้กับชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวเมืองคาเรนตัน เพราะทั้งคู่เป็นชาวอเมริกัน และพวกเขาไม่ได้ร้องขอคำสาบานที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถดำเนินการจดทะเบียนให้เสร็จสิ้นในฟลอริดาได้หากต้องการ
ด้าน เจน โอลิเยร์ วัย 73 ปี แขกผู้มาร่วมงาน บอกว่า “มันน่าประทับใจมากที่ได้แต่งงานในวัยนั้น ถ้ามันทำให้พวกเขามีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิตได้ นั่นก็เยี่ยมมาก”
เทเรนส์เป็นทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเข้าร่วมกองทัพในปี 1942 ในฐานะสิบตรีกองทัพอากาศสหรัฐฯ จากนั้นย้ายไปประจำการที่อังกฤษ และเข้าร่วมกับหน่วยรบ P-47 ธันเดอร์โบลต์ ในตำแหน่งช่างซ่อมวิทยุ
ในวันดีเดย์ 1944 เทเรนส์ได้ช่วยซ่อมเครื่องบินที่เดินทางกลับจากฝรั่งเศสเพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมการรบได้อีกครั้ง เขากล่าวว่านักบินในห่วยของเขาครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในวันนั้น
หลังเกิดเหตุการณ์วันดีเดย์ 12 วัน เทเรนส์ถูกย้ายมาประจำการที่ฝรั่งเศส โดยช่วยขนย้ายเชลยศึกชาวเยอรมันที่เพิ่งจับได้และเชลยศึกอเมริกันที่เพิ่งได้รับอิสรภาพไปยังอังกฤษ
หลังจากการยอมจำนนของนาซีในเดือน พ.ค. 1945 เทเรนส์ได้ช่วยขนส่งจังนักโทษฝ่ายสัมพันธมิตรที่ได้รับอิสระไปยังอังกฤษอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวกลับไปยังสหรัฐฯ ในอีก 1 เดือนต่อมา
เรียบเรียงจาก Associated Press