เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพยูเครน อ้างว่าได้ทำลายเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด และ ล้ำสมัยที่สุดลำหนึ่งของรัสเซีย หลักจากใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในภูมิภาคอัสตราคาน ที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซีย เกือบ 600 กิโลเมตร
โดยเครื่องบินที่ถูกทำลาย คือ Su-57 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหนความเร็วเหนือเสียง เครื่องยนต์คู่ เจเนอเรชั่น 5 (รุ่นที่ 5) และ ถูกมองเป็นคู่ต่อกรกับเครื่องบินขับไล่ล่องหนของตะวันตก เช่น F-22 Raptor ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
ตามรายงานของสำนักข่าวTass ระบุว่า กองทัพรัสเซียได้รับมอบ Su-57 ลำแรกเมื่อปี 2020 และได้รับ “การทดสอบ”ในสมรภูมิรบซีเรียเมื่อปี 2018
ก่อนหน้านี้ เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เคยกล่าวไว้ว่า Su-57 ได้แสดงให้เห็นอย่างยอดเยี่ยม
“เครื่องบินมีระดับการป้องกันที่สูงมากต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศต่างๆ มีการป้องกันขีปนาวุธ ที่สำคัญที่สุดคือมันมีอาวุธที่ทรงพลังมาก นอกจากนี้เรายังได้ลองและทดสอบอาวุธเหล่านี้ด้วย ซึ่งพวกมันทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม” ชอยกู กล่าวในสมัยดีรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
ทั้งนี้ จำนวนที่แน่นอนของ Su-57 ที่พร้อมรบสำหรับกองทัพอากาศรัสเซียยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่า มี Su-57 จำนวน 14 ลำที่ใช้งานอยู่ และ อีก 62 ลำตามลำดับ โดยปัจจุบันกองกำลังการบินและอวกาศรัสเซีย มีเครื่องบินรบเหล่านี้ประจำการในจำนวนจำกัด”
TASS ยังรายงานอีกว่ากองทัพรัสเซียจะได้รับ Su-57 ทั้งหมด 22 ลำภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ หากรายงานดังกล่าวเป็นจริง ถือว่ายูเครนประสบความสำเร็จอีกครั้ง ที่ใช้โดรนราคาประหยัดทำลายทรัพย์สินมูลค่าสูงของรัสเซีย เพราะราคาของ Su-57 คาดว่า จะอยู่ที่ 35 ล้านถึง 54 ล้านดอลลาร์
การโจมตีด้วยโดรนกลายเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นสำหรับมอสโก โดรนยูเครนอื่น ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับเรือรบรัสเซียในทะเลดำ รถถังและรถหุ้มเกราะก็ตกเป็นเหยื่อของโดรนในสนามรบ
หลังจากรายงานการโจมตีดังกล่าวปรากฏขึ้น บล็อกเกอร์กองทัพรัสเซีย วิพากษ์วิจารณ์กองทัพที่ไม่สร้างโรงเก็บเครื่องบินเพื่อปกป้อง Su-57
ที่มา: CNN