เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. คณะกรรมาธิการยุโรปได้แจ้งต่อผู้ผลิตรถยนต์ว่าจะเรียกเก็บภาษีสำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนสูงสุด 38.1 % โดยนี่ถือเป็นการปรับขึ้นภาษีชั่วคราวของสหภาพยุโรปต่อรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมนี้
ขณะเดียวกันการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวจะดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการสอบสวนการต่อต้านเงินอุดหนุน หรือ Anti-Subsidy Investigation ไปจนถึงวันที่ 2 พ.ย. ด้วย
รองประธานคณะกรรมมาธิการยุโรป ระบุว่า ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะรถยนต์ที่ผลิตในจีนได้รับประโยชน์จากเงินอุดหนุนในระดับที่สร้างความไม่ยุติธรรมให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในสหภาพยุโรป
มาร์การิทิส ชีนัส รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บอกว่า "วันนี้ที่วิทยาลัยของคณะกรรมมาธิการยุโรป รองประธานบริหารนำเสนอต่อวิทยาลัยเกี่ยวกับผลการตรวจสอบชั่วคราวที่กำลังดำเนินอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าของยานพาหนะไฟฟ้าในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห่วงโซ่อันคุณค่านี้ได้รับประโยชน์จากเงินอุดหนุนที่ไม่ยุติธรรม ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามทางเศรษฐกิจอย่างสาหัสต่อผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหภาพยุโรป"
เขาเสริมว่า "บนพื้นฐานนี้ คณะกรรมมาธิการได้ติดต่อกับทางการจีนเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อมูลที่ค้นพบเหล่านี้ คณะกรรมาธิการยังได้เปิดเผยล่วงหน้าในวันนี้ถึงระดับของภาษีตอบโต้ชั่วคราวที่จะเรียกเก็บจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหภาพยุโรป ทำให้จีนออกมาตำหนิโดยทันที โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของการสอบสวนต่อต้านเงินอุดหนุนดังกล่าว แต่จีนไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวนี้อย่างไร
โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุเพียงแค่ว่า จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของบริษัทจีน