กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศแผนมอบเงินช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติมอีกมูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 55,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการสร้างความมั่นคงในภาคพลังงานและสถานการณ์มนุษยธรรมในยูเครน ซึ่งต่อสู้ในสงครามกับรัสเซียมานานกว่า 2 ปีแล้ว
โดยแฮร์ริส ประกาศแผนดังกล่าวที่งานประชุมสุดยอดสันติภาพในเมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเธอทำหน้าที่แทน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่กำลังติดภารกิจร่วมการประชุมประอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ G7
โดยเธอได้พบกับ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนในเวทีการประชุมนี้ด้วย ขณะที่ สำนักงานรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เงินช่วยเหลือดังกล่าวรวมไปถึงเงิน 500 ล้านดอลลาร์ หรือ 18,000 ล้านบาทสำหรับช่วยเหลือภาคพลังงาน และโยกย้ายงบประมาณ 324 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาทที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ไปช่วยด้านการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานฉุกเฉิน และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ในยูเครน
นอกจากนั้นยังมีงบอีก 379 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท สำหรับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้คนนับล้านที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครน ทั้งจัดหาอาหาร, บริการสุขภาพ, ที่พักชั่วคราว, น้ำดื่ม, บริการด้านสุขอนามัยและความสะอาด
สำหรับประธานาธิบดี ไบเดน ไม่ได้มาร่วมการประชุมสันติภาพที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่ได้พบกับผู้นำยูเครน ก่อนหน้านี้แล้วที่การประชุมจี7 ซึ่งทั้งคู่ลงนามข้อตกลงความมั่นคงระดับทวิภาคีร่วมกัน และนอกจากนั้นยังพบกันที่ฝรั่งเศสในงานเนื่องในวันครบรอบ 80 ปี วันยกพลขึ้นบกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย
ส่วนประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมนี้ แต่ได้เสนอแผนสันติภาพที่เรียกร้องให้ยูเครนสละดินแดนเพิ่มเติม ถอนทหารออกไปจากดินแดนบางแห่งของตนเองและยกเลิกความพยายามเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญยาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต
โดยนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ผู้นำเยอรมนี ตอบโต้ว่าเงื่อนไขของ ประธานาธิบดี ปูติน เป็นแผนสันติภาพที่มีความเป็นเผด็จการ