เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. บนโลกโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่วิดีโอชายชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่งถูกมัดไว้กับหน้ารถของทหารอิสราเอล ซึ่งล่าสุดกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาชี้แจงแล้วว่า คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
IDF ระบุว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการโจมตีในเมืองเจนินทางฝั่งตะวันตกของฉนวนกาซา โดยชายรายดังกล่าวเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ และได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะกัน
อย่างไรก็ตาม IDF ยอมรับว่า กองกำลังของตนได้ละเมิดระเบียบปฏิบัติ โดยการมัดชายชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บไว้หน้ารถ
ด้านครอบครัวของชายผู้ได้รับบาดเจ็บกล่าวว่า ขณะที่พวกเขาเรียกรถพยาบาล กองทัพอิสราเอลได้นำตัวเขาไปแล้วมัดเขาไว้กับฝากระโปรงรถจี๊ปแล้วขับออกไป โดยในที่สุดบุคคลดังกล่าวก็ถูกส่งส่งไปที่สภาเสี้ยววงเดือนแดงเพื่อรับการรักษา
ทั้งนี้ IDF กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องได้รับการสอบสวน “เช้าวันที่ 22 มิ.ย. ในระหว่างปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ วาดี บูร์กิน ผู้ก่อการร้ายเปิดฉากยิงใส่กองทหาร IDF ซึ่งตอบโต้ด้วยการยิงกลับ”
คำแถลงเสริมว่า “ระหว่างการยิงปะทะกัน มีผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมได้ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนคำสั่งและขั้นตอนการปฏิบัติตามมาตรฐาน ผู้ต้องสงสัยถูกกองกำลังจับตัวไปด้วยการมัดอยู่บนรถ ... การกระทำของกองกำลังที่ปรากฏในคลิปวิดีโอไม่สอดคล้องกับค่านิยมของ IDF เหตุการณ์ดังกล่าวจะได้รับการสอบสวนและจัดการ”
Demonic Israeli terrorists strap an unarmed Palestinian civilian to the hood of their armoured vehicles in Jenin to use him as a human shields.
— War Monitor (@WarMonitors) June 22, 2024
Can (((they))) go any lower?https://t.co/4VgGgKbzRL
เรียบเรียงจาก BBC