การเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯที่กำลังจะมีขึันในวันที่ 5 พ.ย. นี้ เริ่มมีความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในวันที่ 27 มิ.ย. ที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แคนดิเดตจากพรรคเดโมแครต และ อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ได้ขึ้นเวทีดีเบตกันเป็นครั้งแรก ซึ่งทรัมป์ได้รับการคาดหมายว่าจะทำได้ดีกว่าไบเดน
ศึกประชันวิสัยทัศน์หรือดีเบตระหว่างไบเดนและทรัมป์ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 21.00 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 08.00 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย
การดีเบตครั้งนี้ใช้สตูดิโอของสำนักข่าว CNN ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นสถานที่จัดงานและถ่ายทอดสด
ก่อนหน้าการดีเบต ทรัมป์และไบเดนมีแนวทางการเตรียมความพร้อมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในช่วงที่ผ่านมา ไบเดนใช้เวลาเตรียมตัวแบบปิดเงียบกับทีมงาน ส่วนทรัมป์ใช้เวลาไปกับการเดินสายหาเสียงและลงพื้นที่พบผู้สนับสนุน
โดยทรัมป์พยายามโจมตีรัฐบาลของไบเดนในประเด็นการเพิ่มรายจ่ายของภาครัฐที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่า 9% ต่อปี ประชาชนต้องเผชิญกับราคาอาหาร สินค้า และเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น แม้ว่าในเดือนพฤษภาคม เงินเฟ้อจะขยับตัวลดลงมา 3.3% ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ หลายคนเชื่อว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนต่างตัดสินใจแล้วว่าจะลงคะแนนเสียงให้ใครในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. นี้ โดยการสำรวจความนิยมของสำนักโพลหลายแห่งพบว่า ทรัมป์ยังมีคะแนนนำไบเดนเล็กน้อย
แต่ก็มีฐานเสียงจำนวนมากเช่นกันที่ไม่ชอบทั้งไบเดนและทรัมป์ จึงอาจตัดสินใจไม่ลงคะแนนเสียง หรือไม่ก็ไปเลือกผู้ลงสมัครพรรคทางเลือกหรือผู้ลงสมัครในนามอิสระแทน
ขณะเดียวกันสำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ส และวิทยาลัยเซียนา ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้ พบว่าประมาณ 60% เชื่อว่า ในการดีเบตวันนี้ ทรัมป์จะทำผลงานในระดับดีมาก หรือค่อนข้างดี ส่วน 46% เชื่อว่าไบเดนจะทำได้ดี
แซ่บตาแตก! 40 สาวงาม "รอบชุดว่ายน้ำ MUT 2024" ศุกร์ 28 มิ.ย.นี้