เรียกได้ว่าเป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่าย สำหรับผลการเลือกตั้งอังกฤษ 2024 ที่พรรคแรงงาน (Labour Party) สามารถเอาชนะพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ของนายกฯ ริชี ซูนัค ไปได้ชนิดถล่มทลาย โดยจากที่นั่งในสภา 650 ที่นั่ง ขณะนี้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ไปแล้วถึง 400 ที่นั่ง และส่งให้ “เคียร์ สตาร์เมอร์” ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ
สตาร์เมอร์เป็นนักการเมืองสายกลาง หัวหน้าพรรคแรงงานที่สร้างประวัติศาสตร์นำพรรคฝ่ายซ้ายกลางนี้กลับมาเป็นรัฐบาลได้ครั้งแรกในรอบ 14 ปี
แต่เขาเป็นใครมาจากไหน และทำไมครั้งนี้ประชาชนอังกฤษจึงให้ความไว้วางใจเขาเหนือซูนัค?
นักกฎหมายจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน
สตาร์เมอร์เกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 1962 (ปัจจุบันอายุ 61 ปี) เขาเติบโตที่มณฑลเซอร์เรย์ ใกล้กับลอนดอน โดยโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงาน พ่อของเขาเป็นช่างทำเครื่องมือในโรงงานที่มักถูกคนดูถูกอยู่เสมอ ส่วนแม่เป็นพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ (NHS) และป่วยด้วยโรคไขข้ออักเสบ
เขามีความสนใจในการเมืองตั้งแต่ยังเด็ก โดยเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มนักสังคมนิยมรุ่นเยาว์พรรคแรงงานตั้งแต่อายุ 16 ปี
สตาร์เมอร์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยลีดส์ โดยเป็นสมาชิกคนแรกของครอบครัวที่ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จากนั้นเรียนวุฒิบัตรด้านกฎหมายต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดอีก 1 ปี โดยขณะเรียนเขาได้มีส่วนร่วมในการทำนิตยสารการเมืองฝ่ายซ้ายชื่อ Socialist Alternatives
พื้นเพที่มาจากชนชั้นแรงงานเป็นสิ่งที่สตาร์เมอร์หยิบยกมาใช้ในการหาเสียงอยู่เสมอ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิด และมุ่งหน้าที่จะรับใช้ประชาชนในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มาจากชนชั้นแรงงาน
เขาเคยกล่าวในการหาเสียงว่า “แม่ของผมเป็นพยาบาล พ่อของผมเป็นช่างทำเครื่องมือ ผมเติบโตมากับบิลที่ค้างชำระและโทรศัพท์ที่ถูกตัด พาสต้าเป็นอาหารต่างชาติในบ้านของผม ครอบครัวเราไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศด้วยซ้ำ”
หลังเรียนจบ สตาร์เมอร์เริ่มทำงานเป็นทนายความ เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนเป็นพิเศษ
เขาทำงานเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนเป็นเวลานานกว่า 20 ปี แต่ต่อมากลายเป็นอัยการสายแข็งที่ดำเนินคดีดังหลายคดี เช่นคดีการต่อต้านการปิดเหมืองของเชลล์, คดีของอดีตนายกรัฐมนตรีฝ่ายอนุรักษ์นิยม มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ และคดีฟ้องแมคโดนัลด์ที่โด่งดังอย่างมาก
สตาร์เมอร์ช่วยเหลืนักเคลื่อนไหวที่กล่าวหาแมคโดนัลด์ว่าให้ค่าแรงต่ำ กระทำการโหดร้ายต่อสัตว์ และสนับสนุนการตัดไม้ทำลายป่า จนถูกแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดรายนี้ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท คดีนี้มีการอุทธรณ์หลายครั้งจนกินเวลานานเป็น 10 ปี ถือเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อังกฤษ แต่จบลงด้วยการเสมอกัน
ในช่วงแรกของอาชีพทนายความ สตาร์เมอร์เข้าร่วมกับ Doughty Street Chambers ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการทำงานในคดีสิทธิมนุษยชนที่ก่อให้เกิดข้อขัดแย้งครั้งใหญ่ เขาต่อต้านโทษประหารชีวิตในประเทศเครือจักรภพ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของทีมกฎหมายที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยูกันดาตัดสินให้โทษประหารชีวิตนักโทษ 417 คนเป็นโมฆะ
เขายังเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับตำรวจในไอร์แลนด์เหนือในสมัยนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ จากพรรคแรงงาน และในปี 2008 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอัยการของอังกฤษและเวลส์เป็นเวลา 5 ปี
เมื่อเกิดการจลาจลในลอนดอนในปี 2011 สตาร์เมอร์ได้แก้ไขกฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว โดยอ้างว่า การพิจารณาคดีผู้กระทำผิดที่รวดเร็วขึ้นสามารถยับยั้งอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าโทษจำคุกที่ยาวนาน
ในปี 2014 สตาร์เมอร์ได้รับตำแหน่งอัศวินจากการทำงานด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทำให้เขากลายเป็น “เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์”
ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง
สตาร์เมอร์ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี 2015 ขณะอายุ 52 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก ต่างจากนักการเมืองในอังกฤษคนอื่นที่มักเข้าสู่งานการเมืองตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี
เขาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของเขตโฮลบอร์นและเซนต์แพนคราสในลอนดอนในปี 2015 และทำหน้าที่เป็น “รัฐมนตรีเงา” ในฝ่ายค้าน เนื่องจากต้องรับภาระหน้าที่ในการเจรจาจุดยืนที่สั่นคลอนของพรรคแรงงานในเรื่อง Brexit
สตาร์เมอร์ต่อต้านการออกจากสหภาพยุโรป แต่ผู้มีสิทธิเลือกจากตั้งที่สนับสนุนพรรคแรงงานจำนวนมากกลับเห็นด้วย สตาร์เมอร์และพรรคจึงเลือกวางตัวเป็นกลาง ไม่ต่อต้านและไม่เห็นด้วย ซึ่งนั่นมีส่วนทำให้พรรคแรงงานสูญเสียความนิยมและแพ้พรรคอนุรักษ์นิยมในการเลือกตั้งปี 2019
หลังจากการเลือกตั้งครั้งนั้น เจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานก็ลาออก และสมาชิกพรรคมีมติเลือกสตาร์เมอร์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่
นโยบายหาเสียง
ในการหาเสียงเลือกตั้ง 2024 สตาร์เมอร์ได้สรุปมาตรการการใช้จ่ายเพื่อสร้างบริษัทพลังงานแห่งใหม่ที่เป็นของรัฐ ลดเวลารอรับบริการของ NHS สร้างบ้านใหม่ให้ประชาชนกลุ่มเพิ่งเรียนจบเข้าถึงได้ เพิ่มการสรรหาครูและเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละพื้นที่ ฯลฯ
พรรคแรงงานยังเสนอภารกิจระยะยาว 5 ประการหากได้เป็นพรรครัฐบาลอำนาจ ได้แก่ ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ, ลงทุนในพลังงานสีเขียว, ยกเครื่อง NHS, สร้างถนนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และส่งมอบโอกาสให้ประชาชน ผ่านวาระด้านการเสริมสร้างทักษะใหม่
สตาร์เมอร์ได้ให้คำมั่นที่จะปรับปรุงข้อตกลงและความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปที่เสียหายไปเพราะ Brexit ซึ่งรวมถึงการเจรจาในด้านต่าง ๆ เช่น การค้า การวิจัย และความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เขายืนกรานว่าจะไม่มีการนำอังกฤษกลับเข้าสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการถอนคำมั่นสัญญาการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และสำหรับการยุติข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา
นักการเมืองที่น่าเบื่อ
หนึ่งในประเด็นที่เหมือนจะเป็นจุดอ่อนของสตาร์เมอร์คือ เขามีภาพลักษณ์เป็น “นักการเมืองที่น่าเบื่อ” และขาดความสามารถพิเศษของนักการเมืองคนอื่น ๆ ส่งผลให้คะแนนความนิยมของเขาค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่
แต่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ภาพลักษณ์ดังกล่าวอาจเหมาะอับอังกฤษในภาวะที่เพิ่งผ่านการเปลี่ยนตัวผู้นำบ่อย จากกรณีปี 2022 ที่มีนายกพรรคอนุรักษ์นิยมถึง 3 คนในปีเดียว ตั้งแต่ บอริส จอห์นสัน มาถึง ลิซ ทรัสส์ และริชี ซูนัค
ผู้สนับสนุนของสตาร์เมอร์กำลังสนับสนุนเขาในฐานะบุคคลที่เป็นกลาง และอาจสร้างเสถียรภาพได้หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่แน่นอน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งบอกว่า “น่าเบื่อก็ยังดูค่อนข้างดีกว่า บอริส จอห์นสัน และ ลิซ ทรัสส์ ฉันคิดว่าหลาย ๆ คนต้องการใครสักคนที่จะจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างมีสติและสมเหตุสมผล”
เรียบเรียงจาก CBS News / CNBC / NPR / The Washington Post