เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ประเทศอังกฤษมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่จำนวน 650 คน ซึ่งเพิ่งปิดหีบลงคะแนนเสียงไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผลการสำรวจความเห็นผู้มาลงคะแนนเสียงหน้าคูหาเลือกตั้ง หรือ เอ็กซิทโพล ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว BBC ของอังกฤษประเมินว่าพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. มากถึง 410 ที่นั่งจากทั้งหมด 650 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งคราวที่แล้วในปี 2019 ถึงเกือบ 2 เท่าตัว
และนั่นจะทำให้พรรคแรงงานกลับมาเป็นฝ่ายรัฐบาลครั้งแรกในรอบ 14 ปี โดยมี "เคียร์ สตาร์เมอร์" หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่ ริชี ซูนัก นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจากพรรคอนุรักษ์นิยมที่คาดว่าจะได้ที่นั่งในสภาเพียง 131 ที่นั่ง น้อยที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อปี 1834 หรือเมื่อ 190 ปีที่แล้ว
ขณะที่พรรคอื่นๆ อย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats) ได้ 61 ที่นั่ง พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ได้ 13 ที่นั่ง พรรคชาติสก็อต (Scottish National Party) ได้ 10 ที่นั่ง ซึ่งเป็นผลการเลือกตั้งที่เลวร้ายที่สุดของพรรคเช่นกัน
โดยคาดว่า ในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค. ตามเวลาประเทสอังกฤษ สตาร์เมอร์จะเดินทางไปยังพระราชวังพระราชวังบักกิงแฮมเพื่อเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคอนุรักษ์นิยม คาดว่านายกรัฐมนตรี ริชี ซูนัก จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้ง โดยความพ่ายแพ้ของพรรคอนุรักษ์นิยมในการเลือกตั้งหนนี้เป็นเพราะการสูญเสียเก้าอี้ ส.ส.ให้กับพรรคแรงงาน ในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งสูญเสียที่นั่งให้กับพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร และพรรคเสรีประชาธิปไตย