สื่อมวลชนปาเลสไตน์ รายงานว่าทหารภาคพื้่นดินของอิสราเอลได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่ย่าน "เทล อัล-ฮาวา" (Tel al-Hawa) ทางตอนใต้ของเมืองกาซา ซิตี ใกล้กับเส้นทาง "เนตซาริม คอริดอร์" (Netzarim Corridor) ซึ่งกองทัพอิสราเอลได้จัดตั้งฐานที่มั่นกึ่งถาวรเอาไว้ โดยปฏิบัติการภาคพื้นดินในเมืองกาซาซิตีรอบใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นหลายระลอก
ขณะที่ประชาชนในเมืองกาซาซิตีรายงานว่า พบเห็นปฏิบัติการรถถังของอิสราเอลในเมืองที่อยู่ทางเหนือของฉนวนกาซาด้วย
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ได้เริ่มต้นภารกิจรอบใหม่ในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองกาซาซิตี ตั้งแต่ ช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค. เนื่องจากได้รับรายงานข่าวกรองว่าเป้าหมายเหล่านี้เป็นแหล่งซ่อนตัวของแนวร่วมกลุ่มฮามาสและญิฮาด อิสลาม โดยสามารถสังหารผู้ก่อการร้ายไปแล้ว 30 คน
โดยตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ผ่านมากองทัพอิสราเอลได้เรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากหลายพื้นที่ของเมืองกาซาซิตี ประกอบไปด้วยย่านเทล อัล ฮาวา (Tel al-Hawa) ,ทัฟฟาห์ (Tuffah) ซาบรา (Sabra) ดาราจ (Daraj) ริมาล (Rimal) และย่านเมืองเก่า โดยแนะนำให้อพยพไปทางฝั่งตะวันตกของเมือง ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่มนุษยธรรม
ส่วนความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีที่มั่นทางตอนใต้ของเลบานอน โดยนาย โยอาฟ กัลแลนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลเอลยืนยันว่า แม้จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสา การต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะดำเนินต่อไป เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยทางภาคเหนือของประเทศ
อย่างไรก็ตาม กัลแลนต์ยืนยันว่าการเจรจากับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังมีความจำเป็น
ขณะที่เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา โมฮัมหมัด ราอัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเลบานอน อ้างว่าการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอิสราเอล ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการฟื้นฟู