ราวกับแหวนเพชร! เจมส์ เว็บบ์ เปิดภาพ “ควอซาร์” เจอ “เลนส์ความโน้มถ่วง”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ เปิดภาพ “ควอซาร์” ที่ผ่านปรากฏการณ์ “เลนส์ความโน้มถ่วง” จนดูเหมือนแหวนที่ประดับด้วยเพชรนิลจินดา

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เปิดเผยภาพใหม่จากกล้องอวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) เป็นภาพปรากฏการณ์เลนส์โน้มถ่วง (Gravitational Lensing Effect) ของควอซาร์ RX J1131-1231 ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 6 พันล้านปีแสงในกลุ่มดาวถ้วย (Crater)

สำหรับเลนส์ความโน้มถ่วงคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับแสงที่เดินทางมาจากแหล่งกำเนิดส่องสว่างที่อยู่ไกลมาก แล้วเกิดการ “บิดโค้ง” เนื่องจากแรงดึงดูดของวัตถุมวลมากที่อยู่ระหว่างแหล่งกำเนิดแสงกับผู้สังเกต

คอนเทนต์แนะนำ
“เจมส์ เว็บบ์” ถ่ายภาพ “เนบิวลากลุ่มดาวงู” การค้นพบที่นักวิทย์ไม่เคยเห็น

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ เปิดภาพควอซาร์ที่เจอกับเลนส์ความโน้มถ่วง ESA/Webb, NASA & CSA, A. Nierenberg
ควอซาร์ RX J1131-1231 ที่เจอปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง

ส่วนควอซาร์เป็นวัตถุพลังงานสูงที่อาจจะดูเหมือนดาวฤกษ์ แต่ความจริงแล้วเป็นกาแล็กซีที่มีใจกลางสว่างมาก แต่อยู่ห่างไกลจากโลก

ควอซาร์ RX J1131-1231 ที่เจอปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพควอซาร์เลนส์โน้มถ่วงที่ชัดที่สุดจนถึงปัจจุบัน

เลนส์ความโน้มถ่วงเป็นสิ่งที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คาดการณ์ไว้ผ่านทฤษฎีสัมพัทธภาพของเขา และเป็นโอกาสในการศึกษาบริเวณใกล้กับหลุมดำในควอซาร์ เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า เลนส์ความโน้มถ่วงเกิดจากแสงที่ถูกแรงดึงดูดบิด และหนึ่งในสิ่งที่มีมวลมหาศาลก็คือหลุมดำ

ตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ ปริภูมิ-เวลา (Space-Time) ในอวกาศมีลักษณะเป็นโครงข่ายเหมือนแผ่นยาง เมื่อมีวัตถุไปอยู่ในปริภูมิ-เวลา ก็เหมือนกับการวางลูกเหล็กลงไป ทำให้แผ่นยางบุ๋มลง เกิดเป็น “การบิดโค้ง”

ยิ่งวัตถุนั้นมีมวลมากเท่าไร การบิดโค้งก็ยิ่งเด่นชัดมาเท่านั้น นั่นทำให้แสงที่ส่องเข้ามาใกล้จะเคลื่อนตัวตามปริภูมิที่บิดเบี้ยวนี้จนดูเหมือนเบนออกจากเส้นทางเดิม

ผลที่ตามมาอย่างหนึ่งของเลนส์ความโน้มถ่วงคือ สามารถขยายวัตถุทางดาราศาสตร์ที่อยู่ห่างไกลได้ ทำให้นักดาราศาสตร์ศึกษาวัตถุที่อาจจางเกินไปหรืออยู่ไกลเกินไปได้

การวัดการแผ่รังสีเอ็กซ์จากควอซาร์ยังสามารถบ่งชี้ได้ว่า หลุมดำใจกลางหมุนด้วยความเร็วแค่ไหน ซึ่งสามารถให้เบาะแสสำคัญแก่นักวิจัยว่า หลุมดำขยายตัวอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ตัวอย่างเช่น หากหลุมดำเติบโตจากการชนและการรวมตัวกันระหว่างกาแล็กซีเป็นหลัก มันควรจะสะสมสสารในจาน (Disk) ที่เสถียร และหากมีวัสดุใหม่จากจานอย่างสม่ำเสมอ จะนำไปสู่หลุมดำที่หมุนรอบตัวอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน หากหลุมดำขยายตัวผ่านการสะสมสสารเล็ก ๆ น้อย ๆ จำนวนมาก มันก็จะสะสมสสารจากทิศทางสุ่ม

การสังเกตพบว่า หลุมดำในควอซาร์นี้หมุนด้วยความเร็วมากกว่าครึ่งหนึ่งของแสง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลุมดำนี้เติบโตโดยการรวมตัวกัน แทนที่จะดึงวัตถุเข้ามาจากทิศทางที่ต่างกัน

 

เรียบเรียงจาก Europe Space Agency

Samsung เปิดตัว Galaxy Z Flip6 - Fold6 พร้อมแหวนอัจฉริยะ "Galaxy Ring"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ