เมื่อวันที่ 18 ก.ค. แหล่งข่าวด้านความมั่นคง 2 ราย เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ฮาบิบ มาตุก ผู้บัญชาการภาคสนามของกองกำลังหัวกะทิของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เสียชีวิตแล้ว หลังถูกอิสราเอลระดมโจมตีใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน
โดย ฮาบิบ มาตุก ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนที่ผู้บัญชาการอีกคนที่ถูกอิสราเอลสังหารไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
นี่ถือเป็นสมาชิกอาวุธโสคนล่าสุดของกลุ่มดังกล่าวที่ถูกสังหารในช่วงหลายเดือนของการสู้รบแบบตาต่อตาฟันต่อฟันระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอิสราเอล
ส่วนหลังการระดมโจมตีของอิสราเอลระลอกล่าสุด ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 18 คน โดยในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 2 คน และทั้งหมดได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว
สำหรับอิสราเอล และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เปิดฉากตอบโต้กับไปมาตั้งแต่กลุ่มดังกล่าวประกาศเป็นแนวร่วมสนับสนุนกับชาวปาเลสไตน์เพียงไม่นาน หลังจากที่กลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรเปิดฉากโจมตีชุมชนชายแดนทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว
ขณะที่การสู้รบที่เกิดขึ้นบริเวรณชายแดนเลบานอนได้คร่าชีวิตพลเรือนไปแล้วกว่า 100 คน และกลุ่มนักรบฮิซบอลเลาะห์เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 300 นาย
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายให้กับเมือง และหมู่บ้านบริเวณชายแดนเลบานอนเป็นอย่างมากในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นับตั้งแต่เกิดสงครามอิสราเอล-เลบานอนในปี 2006
ส่วนความเคลื่อนไหวในรัฐสภาอิสราเอล มีรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สมาชิกรัฐสภาอิสราเอล 120 คนลงมติด้วยคะแนนเสียง 68 ต่อ 9 เสียง คัดค้านการจัดตั้งสภาปาเลสไตน์ บนพื้นที่ที่อิสราเอลเข้ายึดครอง โดยให้เหตุผลว่า การจัดตั้งสภาปาเลสไตน์ใจกลาดินแดนของอิสราเอล จะส่งผลทำให้เกิดอันตรายต่อรัฐอิสราเอล และพลเมืองของประเทศ ซึ่งนี่อาจทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์ยืดเยื้อออกไป และทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคเกิดความสั่นคลอน
นอกจากนี้ยังมองว่า กลุ่มฮามาสได้เข้ายึดครองรัฐ และเปลี่ยนให้เป็นฐานทัพก่อการร้ายอิสราเอลหัวรุนแรง ที่ต้องการทำลายอิสราเอล
แม้ว่ามติดังกล่าวเป็นไปในรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ แต่ได้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันดีซี
ส่วนความเคลื่อนไหวบริเวณท่าเรือชั่วคราวในกาซาในวันเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ ได้ประกาศยุติการใช้งานท่าเรือดังกล่าว ซึ่งนี่ถือเป็นการยุติความพยายามในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปสู่ชาวปาเลสไตน์
ทั้งนี้ท่าเรือแห่งนี้ ที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เคยประกาศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า เป็นความพยายามครั้งใหญ่ของสหรัฐฯในการใช้กำลังทหารประมาณ 1,000 นายในการก่อสร้าง จากนั้นความช่วยเหลือเริ่มหลั่งไหลผ่านเข้าไปยังท่าเรือดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม
โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาความอดอยาก หลังสงครามระหว่างอิสราเอล และกลุ่มฮามาสที่ดำเนินการมานานหลายเดือน แต่ความท้าทายด้านสภาพอากาศได้จำกัดประสิทธิภาพของสิ่งที่กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นความพยายามในการส่งความช่วยเหลือครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตะวันออกกลาง
สำหรับท่าเรือชั่วคราวแห่งนี้ได้เปิดดำเนินการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้เพียง 20 วันเท่านั้น