หลังจากเมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา ดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์ (Henley Passport Index) ได้ทำการจัดอันดับ “พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก” โดยพิจารณา 227 ประเทศ/พื้นที่ด้วยข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ว่า ผู้ถือพาสปอร์ตประเทศใดสามารถเดินทางไปยังประเทศ/พื้นที่อื่น ๆ “โดยไม่ต้องขอวีซ่า” ได้มากที่สุด
ผลเมื่อเดือน ม.ค. ออกมาว่า มีถึง 6 ประเทศที่ครองแชมป์ร่วมกัน ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสเปน
แต่หลังจากผ่านมาครึ่งปี มีอยู่ประเทศหนึ่งที่สามารถทิ้งห่างและครองตำแหน่งอันดับ 1 ไว้ได้แต่เพียงผู้เดียว นั่นคือ “สิงคโปร์” เพื่อนบ้านอาเซียนของเรานั่นเอง
ผู้ถือพาสปอร์ตของสิงคโปร์สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้มากถึง 195 แห่งทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 แห่ง
ส่วน 5 ประเทศที่เหลือซึ่งเคยอยู่ในอันดับ 1 ร่วมกัน คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสเปน บัดนี้ได้หล่นลงมาอยู่ในอันดับ 2 ร่วม สามารถเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าไปยังจุดหมายปลายทาง 192 แห่งเท่าเดิม
ขณะที่ในอันดับที่ 3 ได้แก่ เกาหลีใต้ สวีเดน ฟินแลนด์ ออสเตรีย ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งสามารถเดินทางไปได้ 191 แห่งทั่วโลก
ส่วนอันดับที่ 4 ประกอบด้วย สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ เบลเยียม เดนมาร์ก และสวิตเซอร์แลนด์
ด้านออสเตรเลียและโปรตุเกสอยู่ในอันดับที่ 5 ร่วมกัน (189 จุดหมายปลายทาง) ขณะที่สหรัฐฯ ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 8 โดยสามารถไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้เพียง 186 แห่ง
ทางด้านของประเทศไทยกระเตื้องขึ้นมาอยู่อันดับที่ 60 สามารถเดินทางไปได้ 82 ประเทศ/พื้นที่โดยไม่ต้องขอวีซ่า
แต่ที่อีกด้านหนึ่งของการจัดอันดับ เกิดสถิติใหม่กับพาสปอร์ตของอัฟกานิสถาน ซึ่งอยู่ในอันดับ 103 หรือล่างสุดของตาราง เป็นพาสปอร์ตที่อ่อนแอที่สุดในโลก โดยแม้อัฟกานิสถานจะครองตำแหน่งนี้มายาวนาน แต่ล่าสุด พลเมืองของประเทศนี้สามารถเดินทางไปประเทศอื่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้เพียง 26 ประเทศเท่านั้น น้อยที่สุดนับตั้งแต่ดัชนีเฮนลีย์ถูกก่อตั้งขึ้นมา
คริสเตียน เคลิน ประธานของ เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส กล่าวในแถลงการณ์ว่า “จำนวนจุดหมายปลายทางโดยเฉลี่ยทั่วโลกที่นักเดินทางสามารถไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจาก 58 แห่งในปี 2006 เป็น 111 แห่งในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ช่องว่างด้านการเดินทางทั่วโลกระหว่างประเทศด้านบนตารางกับประเทศท้ายตารางกำลังถ่างกว้างกว่าที่เคยเป็นมา”
เรียบเรียงจาก CNN