เมื่อวันที่ 23 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นรัฐไวโอมิง (23.00 น. ของวันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย) เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ “บิสกิตเบซิน” (Biscuit Basin) ซึ่งเป็นแอ่งน้ำพุร้อนของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน จนต้องสั่งปิดให้บริการชั่วคราว
เจ้าหน้าที่อุทยานกล่าวว่า พื้นที่บิสกิตเบซิน รวมถึงลานจอดรถและทางเดิน ถูกปิดชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังเกิดเหตุไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และยังไม่ทราบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
มีรายงานว่า การระเบิดครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ “Hydrothermal Explosion” หรือ “การระเบิดจากความร้อนใต้พิภพ” เกิดขึ้นเมื่อน้ำร้อนยิ่งยวดที่อยู่ใต้พื้นผิวโลกเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอน้ำอย่างรวดเร็วในพื้นที่อับอากาศ ส่งผลให้น้ำเดือด ไอน้ำ โคลน และเศษหินถูกพ่นออกมาเป็นวงกว้าง
สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า “การระเบิดของจากความร้อนใต้พิภพเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและน่าทึ่ง ส่งผลให้น้ำเดือด ไอน้ำ โคลน และเศษหินพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว”
เต็นท์รถชะลอรับซื้อ EV มือสอง หลังราคาลงแรงขายออกยาก
หน่วยงานเสริมว่า “มักเกิดขึ้นที่แหล่งกักเก็บของเหลวที่เชื่อมต่อถึงกันซึ่งมีอุณหภูมิอยู่ที่หรือใกล้จุดเดือด ของเหลวเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นไอน้ำได้อย่างรวดเร็วหากความดันลดลงกะทันหัน เนื่องจากโมเลกุลของไอน้ำใช้พื้นที่มากกว่าโมเลกุลของเหลว การเปลี่ยนเป็นไอน้ำจึงส่งผลให้เกิดการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และระเบิดหินที่อยู่รอบ ๆ และขับเศษซากออกมา”
อุทยานแห่งนี้เคยประสบเหตุระเบิดเช่นนี้มาก่อน ที่น้ำพุร้อนพอร์กชอป (Porkchop Geyser) เมื่อปี 1989 ส่วนที่แอ่งน้ำพุร้อนบิสกิตเบซินเกิดระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2009
อุทยานและ USGS ย้ำว่า การระเบิดครั้งนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าใกล้จะเกิดการปะทุของภูเขาไฟ “ข้อมูลการตรวจสอบไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเยลโลว์สโตน การระเบิดในวันนี้ไม่ได้สะท้อนถึงกิจกรรมภายในระบบภูเขาไฟ ซึ่งยังคงอยู่ที่ระดับปกติ”
BREAKING: A hydrothermal explosion occurred in the Biscuit Basin area of Yellowstone National Park on Tuesday. pic.twitter.com/VpjL7njKT0
— The Weather Channel (@weatherchannel) July 23, 2024
เรียบเรียงจาก CNN