ยูเครนและรัสเซียกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในหลายแนวรบ โดยเฉพาะภูมิภาคเคิร์สก์ ทางตะวันตกของรัสเซีย ยังคงเป็นสมรภูมิรบที่ต้องจับตามอง และดูเหมือนว่า ฝ่ายทหารยูเครนกำลังได้เปรียบในแนวรบนี้
ท่ามกลางการรุกคืบของทหารยูเครน ล่าสุดทางฝ่ายยูเครนได้ทำลายสะพานสำคัญของรัสเซียที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเซย์ม (Seym) เพื่อตัดกำลังรบ เพราะสะพานแห่งนี้เป็นสะพานยุทธศาสตร์ทางการทหารที่รัสเซียใช้เพื่อส่งกองกำลังเข้าไปสู้รบกับยูเครน
ปฏิบัติการดังกล่าวของยูเครน ทำให้ทางการรัสเซียออกมายอมรับว่า ทำให้พื้นบางส่วนถูกตัดขาด และขัดขวางความพยายามในการสู้รบของรัสเซีย
ส่วนสมรภูมิรบในภูมิภาคเคิร์สก์ ทหารยูเครนยังคงเดินหน้าบุกยึดหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว
โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลยูเครนรายงานว่า กองทหารยูเครนสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้รวม 1,150 ตารางกิโลเมตร และมีจำนวนหมู่บ้านหรือชุมชนตกอยู่ภายใต้การยึดครองเพิ่มเป็น 82 แห่ง
ปฏิบัติการรุกคืบของยูเครนครั้งนี้ ซึ่งดำเนินมา 11 วันถือเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ของทหารยูเครนในดินแดนของรัสเซีย นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว
ล่าสุดจนถึงตอนนี้ พลเอก โอเล็กซานเดอร์ เซียร์สกี ประธานคณะเสนาธิการกองทัพยูเครนระบุว่า กองทัพยูเครนยังคงเดินหน้ารุกคืบเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ทหารยูเครนสามารถเคลื่อนกำลังเข้าสู่อาณาเขตของรัสเซียในภูมิภาคเคิร์สก์ ได้เพิ่มอีก 1 - 3 กิโลเมตร
ส่วนความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวานนี้ได้บรรยายสรุปสถานการณ์การสู้รบบริเวณจุดที่อย่ห่างจากชายแดนยูเครนประมาณ 11.5 กิโลเมตรผ่านวิดีโอลิงก์ โดยอ้างว่า รัสเซียกำลังประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ และยืนยันว่า ยูเครนจะต้องสร้างความเสียหายในระดับสูงสุดในทุกพื้นที่ของรัสเซีย
นอกจากนี้ประธานาธิบดีเซเลนสกียังหวังว่า การสู้รบในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้กองกำลังยูเครนสามารถจับกุมตัวทหารรัสเซียได้เป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับทหารยูเครนที่ถูกคุมขังในรัสเซีย