กองทัพอิสราเอลถอนกำลังออกจากเมืองเจนิน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ และค่ายผู้ลี้ภัยในเขตเวสต์แบงก์ ภายหลังเปิดปฏิบัติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งมานานถึง 9 วัน
ซึ่งขณะที่ปฏิบัติการดังกล่าว กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้สังหารนักรบติดอาวุธ 14 นาย รวมถึงผู้บัญชาการท้องถิ่นของกลุ่มฮามาสในเมืองเจนิน และยังจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 30 คน ที่ก่อเหตุรื้อถอนระเบิดหลายสิบลูกที่วางไว้ใต้ถนน คลังเก็บอาวุธใต้มัสยิด และยึดอาวุธด้วย
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 36 คนที่ถูกสังหาร และในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า ระหว่างที่กองทัพอิสราเอลถอนทหารออกไป ได้มีการเปิดฉากยิงใส่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการขยายพื้นที่ตั้งถิ่นฐานที่เมืองเก่านาบลูส ทางตอนเหนือของเวสต์แบงก์ด้วย
จากเหตุการณ์นี้ยังพบว่า "ไอเซนูร์ เอซกี เอกี" นักเคลื่อนไหวหญิงชาวอเมริกัน-ตุรกี วัย 26 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และกระทรวงการต่างประเทศของตุรกี แถลงยืนยันการเสียชีวิตของนักเคลื่อนไหวคนดังกล่าว พร้อมประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการฆาตกรรมจากฝีมือของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู
ด้าน แอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับการสูญเสียดังกล่าว พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์การเสียชีวิตของหญิงนักเคลื่อนไหวรายนี้แล้ว
สำหรับหญิงชาวอเมริกัน-ตุรกีรายนี้มาจากซีแอตเทิล และเพิ่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในสหรัฐฯ เธอเป็นสมาชิกขบวนการสมานฉันท์ระหว่างประเทศ (ISM) ที่ประท้วงการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลอย่างผิดกฎหมายในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และเธอไม่ใช่นักเคลื่อนไหวต่างชาติคนแรกที่ถูกสังหาร โดยกองกำลังอิสราเอล
นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา มีนักเคลื่อนไหวจากขบวนการดังกล่าวถูกสังหารแล้วอย่างน้อย 3 คนแล้ว โดยสองคนแรกเป็นชาวอเมริกัน และชาวอังกฤษ ซึ่งถูกสังหารในฉนวนกาซาเมื่อปี 2003
โดยคนหนึ่งถูกรถขุดดินของกองทัพอิสราเอลเหยียบจนเสียชีวิต หลังพยายามขัดขวางไม่ให้อิสราเอลรื้อถอนบ้านชาวปาเลสไตน์ในเมืองราฟาห์ ส่วนอีกคนหนึ่งถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิต