กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ได้ทำการโจมตีทางอากาศพื้นที่หลายจุดในจังหวัด "เบกา" และจังหวัด "บะอัลเบก" ของเลบานอน โดยมีเป้าหมายคือสถานที่เก็บอาวุธ 7 แห่งของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า การโจมตีจากอิสราเอลส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คนจำนวนนี้ 3 คนเป็นเด็ก และทั้งหมดต้องถูกส่งไปรักษาตัวในโรงพยาบาล
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ย. หลังจากในช่วงเช้า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวดกว่า 60 ลูกจากฐานที่มั่นทางตอนใต้ของเลบานอนโจมตีภูมิภาคกาลิลี ทางตอนเหนือของอิสราเอล ซึ่งรวมถึงอาคารบัญชาการของกองทัพอิสราเอลแห่งหนึ่ง
ขณะที่ นาอิม กาซเซม ผู้นำอันดับ 2 ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เตือนว่า หากอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามเต็มรูปแบบในแนวรบด้านเลบานอน ทั้งสองฝ่ายจะเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก และจะมีชาวอิสราเอลอีกหลายแสนคนต้องลี้ภัยการสู้รบ
โดยนับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวดข้ามพรมแดนจากตอนใต้ของเลบานอน โจมตีภาคเหนือของอิสราเอล ทำให้ประชาชนประมาณ 60,000 คนต้องอพยพไปพื้นที่อื่น นำไปสู่ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลได้อนุมัติแผนปราบปรามกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วยการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอน
ขณะที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล พยายามผลักดันให้คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงขยายเป้าหมายการทำสงครามให้รวมถึงการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ทางตอนเหนือ เพื่อให้ประชาชนที่ต้องลีั้ภัยการโจมตีจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์สามารถกลับไปอาศัยในพื้นที่ชุมชนของตนเองได้ตามเดิม
ส่วนความเคลื่อนไหวของอิหร่าน ผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. สำนักข่าวรัฐบาลเตหะรานได้รายงานความสำเร็จในการส่งดาวเทียมวิจัยขึ้นสู่วงโคจรด้วยจรวดที่สร้างโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
โดยดาวเทียมดวงดังกล่าวมีชื่อว่า "ชามราน-หนึ่ง" (Chamran-1) หนัก 60 กิโลกรัม เข้าสู่วงโคจรที่ 550 กิโลเมตรในอวกาศ มีภารกิจหลักคือการทดสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในอวกาศ ส่วนจรวดขนส่งมีชื่อว่า "กาเอ็ม-หนึ่งร้อย" (Qaem-100) ออกแบบและผลิตโดยฝ่ายอวกาศของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
นอกจากนี้อิหร่านยังมีแผนปล่อยดาวเทียมเพิ่มอีก 13 ดวง โดยเมื่อเดือนมกราคมอิหร่านประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียม 3 ดวงขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด แต่กลุ่มประเทศตะวันตกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งสหรัฐฯ เห็นว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเรียกร้องให้ยุติความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธพิสัยไกล
อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรจากสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว