นักวิทย์พบคลื่นปริศนาที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลกเป็นเวลา 9 วันติด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปลายปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบ “คลื่น” สร้างแรงสั่นสะเทือนเล็ก ๆ ไปทั่วทั้งโลกเป็นเวลา 9 วัน ล่าสุดพบแล้วว่าเกิดจากอะไร

เมื่อช่วงปลายปี 2023 ระบบเซนเซอร์และนักวิทยาศาสตร์ในหลายประเทศทั่วโลกตรวจพบ “คลื่นปริศนา” ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเล็ก ๆ ไปทั้งโลกนาน 9 วัน และพวกเขาพยายามตามหาคำตอบมาตลอดว่ามันคืออะไร และเกิดจากอะไรกันแน่

ดร. สตีเฟน ฮิกส์ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน บอกว่า “เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบสัญญาณนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว มันดูไม่เหมือนแผ่นดินไหวเลย เราเรียกมันว่า ‘วัตถุไหวสะเทือนที่ไม่สามารถระบุชนิดได้’ ... มันปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกๆ 90 วินาที เป็นเวลา 9 วัน”

คอนเทนต์แนะนำ
วิจัยพบ “แผ่นดินไหว” กระตุ้นให้เกิด “ก้อนทองคำ” ในสายแร่ควอตซ์ได้

นักวิทย์พบคลื่นปริศนาสั่นสะเทือนไปทั่วโลกนาน 9 วัน AFP/Olivier MORIN
ฟยอร์ดในกรีนแลนด์ (แฟ้มภาพ)

แต่ล่าสุดในวารสารวิทยาศาสตร์ Science ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ซึ่งรวมถึงฮิกส์ ร่วมกับกองทัพเรือเดนมาร์ก เปิดเผยว่า พวกเขาพบสาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าวแล้ว

พวกเขาพบว่า “ดินถล่มขนาดใหญ่ในฟยอร์ดของกรีนแลนด์” คือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดคลื่นที่สั่นสะเทือนโลกนานถึง 9 วันนี้ โดยเกิดจากภูเขาหินพังทลายลงมาและลากเอาน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งลงมาในน้ำทะเลด้วย ทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูง 200 เมตร

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: “ทรัมป์” ไม่ดีเบต “แฮร์ริส” อีก ลั่นไม่จำเป็นต้องแก้มือ

จากนั้นคลื่นดังกล่าวก็ “ติด” อยู่ในฟยอร์ดแคบ ๆ และเคลื่อนไปมาเป็นเวลา 9 วัน ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลแผ่นดินไหวเพื่อระบุตำแหน่งแหล่งที่มาของสัญญาณไหวสะเทือน และพบว่าจุดกำเนิดอยู่ที่บริเวณฟยอร์ดดิกสันในกรีนแลนด์ตะวันออก จากนั้นจึงรวบรวมเบาะแสอื่น ๆ รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายของฟยอร์ดที่ถ่ายโดยกองทัพเรือเดนมาร์กก่อนที่สัญญาณจะปรากฏขึ้น

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มฝุ่นในร่องเขาในฟยอร์ด เมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายก่อนและหลังเหตุการณ์ พบว่า ภูเขาลูกหนึ่งพังทลายลงและลากส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งลงไปในน้ำ

ในที่สุดนักวิจัยก็พบว่าหินรวมกว่า 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับตึกเอ็มไพร์สเตท 25 ตึก ได้ตกลงไปในน้ำทะเล ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สูง 200 เมตร โดยจากภาพถ่ายหลังเกิดเหตุของจุดดังกล่าว จะเห็นร่องรอยบนธารน้ำแข็ง ซึ่งเกิดจากตะกอนที่คลื่นยักษ์พัดขึ้นไป

ตามปกติ คลื่นยักษ์สึนามิจะสลายตัวลงในมหาสมุทรที่เปิดโล่งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่คลื่นลูกนี้ถูกกักเอาไว้ในฟยอร์ด ดร. ฮิกส์บอกว่า “ดินถล่มครั้งนี้เกิดขึ้นห่างจากมหาสมุทรเข้าไปประมาณ 200 กิโลเมตร และระบบฟยอร์ดเหล่านี้มีความซับซ้อนมาก ดังนั้น คลื่นจึงไม่สามารถสลายพลังงานได้”

ทีมวิจัยได้สร้างแบบจำลองที่แสดงให้เห็นว่า แทนที่จะสลายตัว คลื่นกลับสะท้อนไปมาเป็นเวลา 9 วัน “เราไม่เคยเห็นการเคลื่อนตัวของน้ำในระดับขนาดใหญ่ในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนี้มาก่อน”

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ดินถล่มแบบนี้เกิดบ่อยขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากธารน้ำแข็งที่รองรับภูเขากรีนแลนด์กำลังละลาย

“ธารน้ำแข็งนั้นค้ำยันภูเขาไว้ และบางลงจนไม่สามารถรองรับไว้ได้แล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อพื้นที่เหล่านี้อย่างไร” ดร. ฮิกส์ กล่าว

 

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่

เรียบเรียงจาก BBC

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ