จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 6.00 น. วันที่ 15 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มติดอาวุธฮูตีในประเทศเยเมนได้ยิงขีปนาวุธ โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ขีปนาวุธลูกนี้จะแตกออกระหว่างเดินทางอยู่กลางอากาศ ก่อนตกลงกลางแจ้ง ในภาคกลางของอิสราเอล
โดยสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยแห่งอิสราเอล ได้เผยแพร่เห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นฟ้า ขณะที่กระจกในสถานีรถไฟเมืองโมดิอิน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงเทลอาวีฟกับกรุงเยรูซาเลม แตกกระจัดกระจาย
อุตุฯ เตือนฉบับที่ 8 กทม.-65 จว. ฝนตกหนักถึงหนักมาก
โฆษกของกลุ่มฮูตียืนยันว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยอ้างว่า อาวุธที่ใช้คือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ซึ่งเดินทางเป็นระยะ 2,040 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา 11 นาทีครึ่ง และเตือนอิสราเอลว่าจะมีการโจมตีลักษณะนี้มากขึ้น ก่อนที่วันครบรอบ 1 ปีสงครามกาซาจะมาถึงในวันที่ 7 ต.ค. นี้
แม้การโจมตีครั้งนีั้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่นับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สามารถโจมตีได้ไกลถึงภาคกลางของอิสราเอล
ขณะที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล เตือนกลุ่มฮูตีว่าจะต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรง เหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้านนี้เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งอิสราเอลส่งเครื่องบินรบโจมตีท่าเรือโฮเดย์ดา ในทะเลแดงของเยเมน หลังจากที่กลุ่มฮูตีส่งโดรนหลายลำโจมตีกรุงเทลอาวีฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 10 คน