เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นเลบานอน เกิดเหตุระเบิดระลอกใหม่บริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน โดยมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ตามมาด้วยกลุ่มควันที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และมองเห็นได้จากเส้นขอบฟ้าของเมือง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 91 คน
การโจมตีนี้เป็นฝีมือของอิสราเอล ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากในวันเดียวกันอิสราเอลส่งเครื่องบินรบเปิดฉากโจมตีทางอากาศมุ่งเป้าไปที่เมืองแห่งนี้
อิสราเอลระบุว่า เป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหารของกลุ่มอิซบอลเลาะห์ที่มีเครื่องยิงจรวดและสถานที่เก็บอาวุธ แต่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาปฏิเสธ โดยย้ำว่าอาคารคลังอาวุธของพวกเขาไม่ได้ถูกโจมตี
ขณะที่ต่อมาในวันเดียวกัน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เปิดเผยว่า ได้ยิงจรวดราว 65 ลูกใส่เมืองซาเฟด ทางตอนเหนือของอิสราเอล เพื่อโต้กลับจนทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1 หลัง แต่ไม่มีรายงานผู้สียชีวิต
นี่ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของกลุ่มนับตั้งแต่อิสราเอลโจมตีชานเมืองทางตอนใต้ของเบรุตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้สั่งผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตโจมตีให้อพยพออกจากพื้นที่
กองทัพอิสราเอลยังถูกกล่าวหาว่าทิ้งระเบิด "บังเกอร์บัสเตอร์" ซึ่งมีน้ำหนักลูกละ 5,000 ปอนด์ ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ หลายลูกที่เบรุตตอนใต้เพื่อโจมตีพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้แสดงความเห็นในประเด็นนี้โดยทันที แต่ผลพวงการเหตุระเบิดทำให้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ล่าสุด ณ เช้าวันที่ 28 ก.ย. อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกรุงเบรุตอยู่ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า อิสราเอลกำลังพยายามเล็งเป้าไปที่ ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ด้วยการโจมตีทางอากาศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่านาสรัลเลาะห์ถูกสังหารแล้วหรือไม่
เหตุโจมตีเลบานอนครั้งล่าสุดของอิสราเอลส่งผลทำให้กลุ่มฮามาสแถลงการณ์ประณามการกระทำของอิสราเอลที่ก้าวร้าวต่อชาวเลบานอน พร้อมออกมาเรียกร้องให้ชาติอาหรับเข้ามาแทรกแซง และปกป้องการรุกรานอันโหดร้ายของอิสราเอล
นอกจากนี้ กลุ่มฮามาสยังเน้นย้ำถึงการสนับสนุนชาวเลบานอนโดยการแบ่งปันความเจ็บปวด และความหวังของพวกเขาในการกำชัยชนะเหนืออิสราเอล
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบริเวณชานเลบานอนและอิสราเอล ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอิหร่านออกมากล่าวหาว่า สหรัฐฯ สมรู้ร่วมคิดกับอิสราเอลในการโจมตีเลบานอน และฉนวนกาซา
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นของปฏิบัติการในเลบานอนครั้งล่าสุด เช่นเดียวกับ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ที่ยืนยันในทำนองเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าประธานาธิบดีไบเดนได้สั่งกองทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางปรับเปลี่ยนกำลังพลตามความจำเป็นตามการประเมินของสถานการณ์ เพื่อเพิ่มการป้องปรามและรับประกันในการปกป้องกองกำลังของสหรัฐฯ
ต่อที่ความเคลื่อนไหวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 27 ก.ย. เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างเลบานอนและอิสราเอล และบอกว่าสิ่งนี้กำลังใกล้หน้าผาของการเกิดสงครามเต็มรูปแบบแล้ว เช่นเดียวกับในฉนวนกาซา ก็เกิดความโหดร้ายที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมเรียกร้องให้ยุติสงครามโดยทันทีเพื่อป้องกันการนองเลือดเพิ่มเติม
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า อิสราเอลจะโจมตีนักรบที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอนต่อไป พร้อมตำหนิความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับอิหร่านซึ่งหนุนหลังกลุ่มอิซบอลเลาะห์ และย้ำว่า อิสราเอลกำลังปกป้องตนเองจากอิหร่านในเจ็ดแนวรบรวมทั้งกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มฮูตีในเยเมน
ท่ามกลางความรุนแรงที่ทวีมากยิ่งขึ้น อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้ออกคำเตือนและเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซาและเลบานอนโดยทันที เพราะสถานการณ์ ณ เวลานี้ถือเป็นคลื่นแห่ง ความตายและเกิดการทำลายล้างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน