เมื่อวันที่ 1 ต.ค. เวลาประมาณ 19.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นอิสราเอล (23.45 น. ตามเวลาประเทศไทย) อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกไปที่อิสราเอล นับเป็นการโจมตีครั้งที่ 2 ของอิหร่านในปีนี้นับจากเมื่อเดือน เม.ย.
เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า การโจมตีดูเหมือนจะยุติลงแล้ว และตอนนี้ไม่มีภัยคุกคามจากอิหร่านอีกต่อไป แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด
กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธประมาณ 180 ลูกไปที่อิสราเอล ซึ่งถือว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่กว่าการโจมตีเมื่อเดือน เม.ย. เล็กน้อย ซึ่งครั้งนั้นมีขีปนาวุธพิสัยไกลประมาณ 110 ลูกและขีปนาวุธร่อน 30 ลูก
ภาพที่ออกอากาศทางโทรทัศน์อิสราเอลเผยให้เห็นขีปนาวุธบางลูกบินผ่านบริเวณกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของประเทศ
โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า การโจมตีมีเป้าหมายอยู่ที่ใจกลางและพื้นที่อื่น ๆ ทางใต้ของประเทศ
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ระบุว่าการโจมตีของอิหร่านคือความผิดพลาดที่จะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมา พร้อมทั้งยืนยันว่าจะต้องดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างแน่นอน "อิหร่านทำผิดพลาดครั้งใหญ่ พวกเขาต้องชดใช้ รัฐบาลอิหร่านไม่เข้าใจความมุ่งมั่นของเราที่จะปกป้องตนเองและความมุ่งมั่งที่จะตอบโต้ศัตรู"
เขาเสริมว่า "ซินวาร์และเดอิฟไม่เข้าใจ นาสราลลาห์หรือโมห์เซนไม่เข้าใจ และ เห็นได้ชัดว่ายังมีอีกหลายคนภายในรัฐบาลอิหร่านที่ไม่เข้าใจ แต่จะได้เข้าใจแน่ เราจะทำตามกฎที่เรายึดถือ ใครโจมตีมา เราโจมตีกลับแน่นอน"
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เปิดเผยว่า กองกำลังของตนใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเป็นครั้งแรก และอ้างว่าขีปนาวุธ 90% โจมตีถูกเป้าหมาย แหล่งข่าวของ IRGC เปิดเผยกับสื่อของรัฐว่า กองกำลังได้โจมตีฐานทัพทหารอิสราเอล 3 แห่ง
แต่กองทัพอิสราเอลเน้นย้ำว่า ขีปนาวุธที่อิหร่านยิงมานั้นถูกสกัดกั้นได้เป็นจำนวนมาก แสงวาบบนท้องฟ้าเหนือกรุงเทลอาวีฟดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังสกัดกั้นการยิงที่กำลังเข้ามา
แพทย์อิสราเอลกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด 2 คน กองทัพก็ออกแถลงการณ์ในลักษณะเดียวกัน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) กล่าวในแถลงการณ์ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้การที่อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของ IRGC และผู้นำกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านให้การสนับสนุน คือฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ โดยหมายความถึงการสังหารผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์, ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม อับบาส นิลโฟโรชาน, ผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาส อิสมาอิล ฮานีเยห์
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ผู้นำสูงสุดของประเทศ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เป็นผู้ออกคำสั่งโจมตีด้วยตนเอง
เรียบเรียงจาก BBC