เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา "โดนัลด์ ทรัมป์" อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ได้ระบุถึงวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของเขาในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ ณ เมืองดีทรอยด์
โดยทรัมป์เสนอแนะให้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในเขตเศรษฐกิจจากการให้ดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์สามารถลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด ซึ่งนี่จะทำให้ครอบครัวชาวอเมริกันที่ทำงานล้านคนเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มีราคาไม่แพงมากได้
แนวคิดนี้ของทรัมป์ สอดคล้องกับข้อเสนอของเขาในการขจัดภาษีจากรายได้ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการทำงานล่วงเวลา ค่าจ้างทิป และสวัสดิการประกันสังคม
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังให้คำมั่นสัญญาที่จะเจรจาข้อตกลงทางการค้าใหม่ รวมถึงจะกำหนดเป้าหมายภาษีการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศด้วย ทรัมป์ระบุว่า เขาจะแจ้งให้เม็กซิโกและแคนาดาทราบว่า เขาจะบังคับใช้บทบัญญัติการเจรจาใหม่ระยะเวลา 6 ปี ของข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา ซึ่งได้รับการอนุมัติในปี 2020 แทนที่ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA)
ก่อนหน้านี้ อดีตประธานาธิบดีเคยระบุว่า เขาจะกำหนดอัตราภาษีสำหรับบริษัทอเมริกันที่จ้างบุคคลภายนอกในการผลิตเพื่อจูงใจการผลิตในประเทศ และเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะกำหนดอัตราภาษีสำหรับการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เขาแนะนำที่จะนำบริษัทต่าง ๆ เข้ามาในสหรัฐฯ มากขึ้น
ดูบอลสด คิงส์คัพ ครั้งที่ 50 ไทย พบ ฟิลิปปินส์ 11 ต.ค.67
แม้ว่าทรัมป์อ้างว่า กลยุทธ์ด้านภาษีของเขาจะช่วยลดต้นทุน แต่นักเศรษฐศาสตร์ได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า จะทำให้บริษัทต่าง ๆ ส่งต่อต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อแย่ลง
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังได้โต้แย้งคำกล่าวอ้างของอดีตประธานาธิบดีที่ว่า ภาษีศุลกากรจะสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ
ส่วนคะแนนนิยมล่าสุดพบว่า จากการสำรรวจของนักเศรษฐศาสตร์ และ YouGov พบว่า กมลา แฮร์ริส ผู้ท้าประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยมนำหน้า โดนัลด์ ทรัมป์ 4 จุด โดยแฮร์ริสขึ้นนำด้วยคะแนนนำ 49 เปอร์เซ็นต์ ส่วนทรัมป์ได้คะแนนนิยม 45 เปอร์เซ็นต์