เมื่อวันที่ 13 ต.ค. โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือกำลังส่งพลเมืองของตนไปช่วยกองทัพรัสเซียต่อสู้กับยูเครน ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับพันธมิตรระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้น
ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า “เราเห็นพันธมิตรที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างรัสเซียและระบอบการปกครองเกาหลีเหนือ ไม่ใช่แค่เรื่องการถ่ายโอนอาวุธอีกต่อไป แต่เป็นการถ่ายโอนผู้คนจากเกาหลีเหนือไปยังกองกำลังทหารที่ด้วย”
ข้อกล่าวหาของเซเลนสกีเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรมากขึ้นระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ โดยประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือในเดือน มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษ และชาติตะวันตกกำลังสงสัยว่าเกาหลีเหนือให้ความช่วยเหลือรัสเซียในการรุกรานยูเครนมากเพียงใด
“เห็นได้ชัดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ความสัมพันธ์ของเรากับพันธมิตรต้องได้รับการพัฒนา แนวหน้าต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม” เซเลนสกีกล่าวเสริม โดยย้ำคำร้องขอของเขาให้ชาติตะวันตกอนุญาตให้ใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีดินแดนของรัสเซีย
โดรนฮิซบอลเลาะห์เจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้?
แหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองของยูเครนซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ชาวเกาหลีเหนือจำนวนหนึ่งกำลังทำงานร่วมกับกองทัพรัสเซีย โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรให้ความช่วยเหลือด้านวิศวกรรมและข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กระสุนของเกาหลีเหนือ และมีชาวเกาหลีเหนือบางส่วนเพิ่งถูกสังหารในยูเครนตะวันออกเมื่อไม่นานนี้
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือถูกส่งไปช่วยเหลือรัสเซีย โดยระบุว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง”
อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากำลังติดตามรายงานดังกล่าว และเชื่อว่าข้อกล่าวหานี้อาจมีความถูกต้อง
คิม ยอง-ฮยอน รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้สูงมากที่รายงานผู้เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่และทหารเกาหลีเหนือในยูเครนจะเป็นเรื่องจริง โดยพิจารณาจากสถานการณ์ต่าง ๆ”
เขาเสริมว่า “เราเชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการส่งทหารไปประจำการเพิ่มเติม เนื่องจากรัสเซียและเกาหลีเหนือได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันซึ่งเกือบจะเทียบเท่ากับพันธมิตรทางทหาร เราจะเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี”
ที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศกล่าวหาเกาหลีเหนือว่าส่งอาวุธให้รัสเซียเพื่อใช้ในสงครามยูเครน ซึ่งทั้งสองประเทศปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แม้จะมีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่ามีการขนย้ายอาวุธก็ตาม
เรียบเรียงจาก CNN