แม้ว่าอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่และปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนแล้ว แต่ยังคงเผชิญการตอบโต้จากฮิซบอลเลาะห์ โดยเฉพาะการใช้โดรนโจมตีฐานทัพอิสราเอลอย่างรุนแรงและแม่นยำ
มีรายงานว่า โดรนที่มาจากเลบานอนตอนใต้สามารถเจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้โดยไม่ถูกตรวจจับ และโจมตีฐานทัพของกองพลโกลานีใกล้เมือง “บินยามินา” ที่อยู่ห่างจากชายแดนอิสราเอลเข้าไปประมาณ 60 กม. เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา
กองพลโกลานีถือเป็นหน่วยทหารราบชั้นนำของอิสราเอล และได้ถูกส่งไปประจำการที่เลบานอนตอนใต้ในฐานะส่วนหนึ่งของปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอล
การโจมตีเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงอาหารเย็นของกองทัพ และแม้กองทัพจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับจุดที่โดรนโจมตี แต่ภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า โดรนดังกล่าวได้โจมตีห้องอาหารของฐานทัพ
ทั้งเวลาและสถานที่ที่ถูกโจมตีบ่งชี้ว่า ฮิซบอลเลาะห์ดูเหมือนจะสามารถรวบรวมข่าวกรองได้อย่างเพียงพอ และมีเป้าหมายที่จะโจมตีเพื่อทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ การโจมตีครั้งนี้ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นาย และบาดเจ็บอีกกว่า 60 นาย โดย 8 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้จำนวนทหารกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ที่เสียชีวิตตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 18 นาย
การโจมตีเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ยังเป็นการโจมตีทหาร IDF ในอิสราเอลที่นองเลือดมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามอิสราเอล-ฮามาสเมื่อเดือนตุลาคม 2023
แดเนียล โซเบลแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าฮิซบอลเลาะห์ยังสามารถโจมตีได้
“เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ฮิซบอลเลาะห์กำลังฟื้นคืนสมดุลทางยุทธศาสตร์หลังจากผู้นำและหน่วยควบคุมและสั่งการถูกโจมตีเมื่อไม่นานนี้” เขากล่าว โดยอ้างถึงการสังหาร ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำคนสำคัญของฮิซบอลเลาะห์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ
ที่ผ่านมา ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลนั้นมีผลงานน่าประทับใจมาก สามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธส่วนใหญ่ที่ยิงมายังประเทศได้ แต่โดรนฮิซบอลเลาะห์เหล่านี้ได้รับการออกแบบและพัฒนามาเพื่อต่อต้านจรวดและขีปนาวุธโดยเฉพาะ
และแม้ว่ากองทัพอิสราเอลจะยังไม่ได้ระบุว่าโดรนที่ฮิซบอลเลาะห์ใช้โจมตีเป็นประเภทใด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าน่าจะเป็นโดรน มีร์ซาด (Mirsad) หรือที่อิหร่านเรียกว่าโดรน อาบาบิล (Ababil)
ออร์นา มิซรานี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันอิสราเอลเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (INSS) ในเทลอาวีฟ บอกกับว่า ยานบินไร้คนขับดังกล่าวตรวจจับได้ยาก เนื่องจาก “มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบามาก และมีสัญญาณเรดาร์ต่ำมาก”
มิซรานีกล่าวว่า อิหร่านและพันธมิตรกำลังพยายามเอาชนะระบบป้องกันของอิสราเอล โดยเพิ่มโดรนเข้าไปด้วยหลังจากระบุได้ว่า โดรนเป็น “จุดอ่อน” ของอิสราเอล
เธอกล่าวว่า “ทุกครั้งที่เราพบวิธีแก้ปัญหาบางอย่าง พวกเขาก็หาวิธีอื่นในการโจมตี”
อิสราเอลมักแจ้งเตือนด้วยเสียงไซเรนเมื่อภัยคุกคามทางอากาศกำลังจะเกิดขึ้น แต่โดรนที่ฮิซบอลเลาะห์ส่งมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถลอดผ่านระบบมาได้โดยไม่ทำให้ระบบเตือนภัยของอิสราเอลทำงาน ทหารในห้องอาหารจึงถูกโจมตีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์นี้
ในเดือน มิ.ย. ฮิซบอลเลาะห์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 9 นาทีที่ถ่ายโดยโดรนซึ่งแสดงให้เห็นสถานที่พลเรือนและทหารในและรอบ ๆ เมืองไฮฟา โดรนดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ถูกกองทัพอิสราเอลตรวจพบเช่นกัน
ในการตอบสนองต่อคลิปวิดีโอดังกล่าว เฮอร์ซี ฮาเลวี เสนาธิการกองทัพอิสราเอลกล่าวในเวลานั้นว่า “กองทัพอิสราเอลกำลังเตรียมการและคิดหาทางแก้ไขเพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้และความสามารถอื่น ๆ”
จากนั้นในเดือน ก.ค. โดรนที่กบฏฮูตีจากเยเมนปล่อยออกมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและทำให้มีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 รายในเทลอาวีฟ และไม่มีเสียงไซเรนดังขึ้นระหว่างการโจมตีครั้งนั้นเหมือนกัน กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าโดรน 2 ลำถูกยิงออกไป และโดรนลำหนึ่งถูกสกัดกั้น แต่โดรนอีกลำไม่ถูกสกัดกั้น เนื่องจากมีความผิดพลาด Human Error เกิดขึ้น
เรียบเรียงจาก CNN