สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นไปอย่างตึงเครียด ภายในเวลา 3 วัน ก็คือ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา มีเรือพาณิชย์โดนโจมตีไปถึง 5 ลำ โดยแยกเป็น IRGC โจมตีเรือน้ำมัน 4 ลำ และ CENTCOM โจมตีเรือบรรทุกสินค้า อีก 1 ลำ
ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพการหนีเอาชีวิตรอดของลูกเรือบรรทุกน้ำมัน MT PETRO DOLPHIN ชักธงชาตินิการากัว หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ ทำให้ตัวเรือระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนอกชายฝั่งประเทศโอมาน บริเวณจุดทอดสมอใกล้ท่าเรือโซฮาร์ มีรายงานว่า บนเรือมีลูกเรือทั้งหมด 12 คน เป็นชาวอินเดีย 11 คน และบังกลาเทศ 1 คน ยามฝั่งช่วยชีวิตได้ 10 คน สูญหาย 2 คน เป็นชาวอินเดียทั้งคู่
หลังเกิดเหตุ กองทัพเรือ IRGC ได้เผยแพร่ภาพเรือบรรทุกน้ำมัน DOLPHIN ขณะเพลิงกำลังลุกไหม้ โดยระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบ 750,000 บาร์เรล พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต และไม่สนใจกับคำเตือน จึงชนเข้ากับ "ทุ่นระเบิด" จนทำให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งขัดกับรายงานข้างต้น และรายงานของ สำนักงานปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ที่ระบุว่าเรือโดนโจมตีด้วย "โดรนพลีชีพ"
นอกจากนั้น IRGC ยังเผยแพร่ภาพเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่อีกลำ ถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง น้ำมันบางส่วนรั่วไหลลงทะเลจนเกิดเพลงไหม้บนผืนน้ำ
IRGC อ้างว่า เรือลำนี้ปิดระบบนำทางและปกปิดตำแหน่งเรือ พยายามแล่นออกจากพื้นที่ควบคุม จึงชนกับทุ่นระเบิดใต้น้ำจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ด้าน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยภาพเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ ใช้อาวุธนำวิถีโจมตีบริเวณท้ายเรือบรรทุกสินค้า Ocean Molica หรือที่รู้จักในชื่อ Arika Sun ติดธงชาติปานามา ขณะแล่นอยู่อ่าวโอมาน
CENTCOM อ้างว่าเรือลำดังกล่าวพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมอิหร่าน จึงจำเป็นหยุดเรือ ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต