สำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ รายงานโดยอ้างการให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่เปิดเผยว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน และคณะกรรมการข่าวกรองเตือนว่า การอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธที่ได้รับจากสหรัฐฯ โจมตีเข้าไปภายในอาณาเขตของรัสเซียจะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ในเชิงยุทธศาสตร์ได้
โดยคณะกรรมการข่าวกรองเชื่อว่าหากรัฐบาลสหรัฐฯ อนุญาตให้ยูเครนใช้ระบบยิงขีปนาวุธ "อะทักซิม" (ATACMS) ได้อย่างเต็มที่ รัสเซียจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ให้พ้นจากพิสัยการยิง
สอดคล้องกับท่าที ของ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในสหรัฐฯ ที่ระบุเมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคมว่า รัสเซียได้เคลื่อนย้ายเครื่องบินของกองทัพไปยังฐานทัพแห่งอื่น ๆ ที่อยู่พ้นพิสัยการยิง 300 กิโลเมตรของระบบขีปนาวุธดังกล่าว ดังนั้นการอนุญาตให้ยูเครนใช้งานได้ตามที่ต้องการอาจแทบไม่ส่งผลใด ๆ ต่อการสู้รบ
นอกจากนี้ การโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซียยังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้สงครามขยายวง เนื่องจากรัสเซียซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นจำนวนมากเคยประกาศแล้วว่า การอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธอเมริกันสำหรับปฏิบัติการต่อเป้าหมายภายในรัสเซีย จะเท่ากับว่าสหรัฐฯ มีส่วนร่วมคุกคามรัสเซียด้วย
สำหรับการใช้อาวุพิสัยไกลจากสหรัฐฯ โจมตีดินแดนรัสเซีย เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักที่ยูเครนพยายามผลักดัน และยังเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักของแผนแห่งชัยชนะที่เสนอโดย ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ซึ่งเชื่อว่าการใช้การใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจะหยุดยัั้งรัสเซียจากการโจมตีด้วยระเบิดร่อนได้