คาจซา โอลอนเกรน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ ระบุว่ายูเครนสามารถใช้ เครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 24 ลำ ซึ่งเนเธอร์แแลนด์เตรียมส่งมอบให้ตามที่เห็นสมควรและจะไม่มีการกำหนดเงื่อนไขจำกัดการใช้งาน
ท่าทีดังกล่าวของรัฐมนตรีกลาโหมเนเธอร์แลนด์แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับจุดยืดยืนของรัฐบาลเบลเยียมที่แม้สัญญาว่าจะมอบเครื่องบิน F-16 จำนวนมากถึง 30 ลำให้แก่ยูเครน แต่ห้ามไม่ให้ยูเครนส่งเครื่องบินรบเหล่านี้รุกล้ำน่านฟ้ารัสเซีย
โดยนายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้นำเบลเยียมกำชับให้ยูเครนจำกัดวงการใช้งานอาวุธ รวมถึงเครื่องบินที่ได้รับจากเบลเยียมเฉพาะภายในดินแดนของยูเครนเท่านั้น
แต่นอกเหนือจากเนเธอร์แลนด์แล้ว ยังมีเดนมาร์ก ที่ประกาศอนุญาตให้ยูเครนใช้เครื่องบิน รบ F-16 ซึ่งเดนมาร์กเตรียมส่งมอบให้สำหรับ โจมตีเป้าหมายในรัสเซียได้
นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ยังตัดสินใจอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธที่ได้รับมอบจากสหรัฐฯในการโจมตีเป้าหมายในแผ่นดินรัสเซีย แต่จำกัดพื้นที่โจมตีเฉพาะบริเวณชายแดนใกล้ภูมิภาคคาร์คีฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงหนือของยูเครน ซึ่งรัสเซียสามารถรุกคืบยึดหมู่บ้านและชุมชนได้หลายแห่ง
โดยเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนได้ยิงขีปนาวุธ "ไฮมาร์ส" โจมตีเมืองเบลโกรอด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนของรัสเซียในด้านที่ติดกับยูเครน แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บหรือไม่ แต่มีรายงานว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นได้ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ติดตัั้งขีปนาวุธแบบยิงจากพื้นขึ้นสู่อากาศ S-300 และ S-400
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกคำสังห้ามให้อาวุธพิสัยไกลหลายชนิดโจมตีรัสเซีย โดยเฉพาะขีปนาวุธ เอทีเอซีเอ็มเอส (ATACMS) โดยเซเลนสกีย้ำว่า การอนุญาตให้ยูเครนยิงขีปนาวุธเหล่านี้โจมตีภายในดินแดนรัสเซียได้จะช่วยยกระดับการปกป้องชีวิตพลเรือนยูเครนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แหล่งโปรตีนธรรมชาติ เสริมการเจริญเติบโต ใครบ้างเหมาะกับกินเวย์โปรตีน?