นักวิเคราะห์คาด รัสเซียเตรียมตั้งเจ้าหน้าที่ G.U. คุมแวกเนอร์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ผ่านมาแล้ว 5 วันหลังเกิดเหตุเครื่องบินของเยฟเกนี ปริโกชิน มหาเศรษฐีชาวรัสเซียและผู้ก่อตั้งกลุ่มแวกเนอร์ตกที่แคว้นทเวียร์ พื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงมอสโก จนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตยกลำ ในวันที่เกิดเหตุทางการรัสเซียรายงานว่า ในรายชื่อของผู้โดยสารมีปริโกชินรวมอยู่ด้วย แต่ไม่ได้มีการยืนยันว่าปริโกชินโดยสารไปด้วยหรือเสียชีวิตจริงหรือไม่ ล่าสุด ทางการรัสเซียได้ออกมายืนยันแล้วว่าปริโกชินเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สเวียตลานา เปเตรนโค โฆษกคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ออกมาแถลงว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอจากชิ้นส่วนผู้เสียชีวิต 10 รายในที่เกิดเหตุ ตรงกับรายชื่อของผู้โดยสารที่หน่วยงานขนส่งทางอากาศของรัฐบาลกลางรัสเซียเผยแพร่ออกมา

รายชื่อผู้โดยสารทั้ง 10 ราย ประกอบไปด้วยนักบิน 2 ราย พนักงานต้อนรับ 1 ราย และผู้โดยสาร 7 ราย ในบรรดารายชื่อของผู้โดยสารมีเยฟเกนี ปริโกชิน มหาเศรษฐีชาวรัสเซียและอดีตคนสนิทของผู้นำรัสเซีย และดมิทรี อุตกิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มแวกเนอร์และมือขวาของปริโกชินรวมอยู่ด้วย

นักวิเคราะห์ เชื่อ “ปริโกชิน” อาจถูกสังหารหลังทรยศ "ปูติน"

นักวิเคราะห์ ชี้การเสียชีวิตของ "ปริโกชิน"อาจเป็นเพียงละครตบตา

การออกมาแถลงของโฆษกคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนรัสเซียเมื่อวานนี้ จึงถือเป็นการยืนยันการเสียชีวิตของเยฟเกนี ปริโกชิน และดมิทรี อุตกิน สองกำลังหลักที่ขับเคลื่อนกลุ่มแวกเนอร์

หลังจากที่ทางการรัสเซียออกมายืนยันการเสียชีวิตของปริโกชิน ประชาชนบางส่วนที่อาศัยอยู่ในกรุงมอสโก ก็ได้ออกมาวางดอกไม้บริเวณใกล้กับจัตุรัสแดง เพื่อเป็นการรำลึกถึงปริโกชินและผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ  ประชาชนที่มาแสดงความอาลัยให้ความเห็นว่า พวกเขาเชื่อในสิ่งที่ปริโกชินพูด เพราะปริโกชินมีความจริงใจและรักแผ่นดินรัสเซียนอกจากความโศกเศร้าและท่าทีของประชาชนที่มีต่อผู้นำกลุ่มแวกเนอร์แล้ว อีกประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งคำถามคือ

กลุ่มแวกเนอร์จะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคตและใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่แทนปริโกชินและอุตกินที่เสียชีวิตไป

สำหรับประเด็นอนาคตของกลุ่มแวกเนอร์หลังสิ้นปริโกชินการประเมินประเด็นนี้ นักวิเคราะห์ได้แบ่งกลุ่มแวกเนอร์ออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแวกเนอร์ที่อยู่ในรัสเซีย และกลุ่มแวกเนอร์ที่อยู่ในแอฟริกา สำหรับกลุ่มแวกเนอร์ที่อยู่ในรัสเซีย นักวิเคราะห์มองว่าอาจไม่มีอนาคตต่อไปแล้ว  เนื่องจากท่าทีของบุคคลในรัฐบาลรัสเซียหลังจากเกิดความพยายามก่อกบฏเมื่อสองเดือนก่อน ไม่ว่าจะเป็นวลาดิเมียร์ ปูตินประธานาธิบดีรัสเซีย หรือดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ค่อนข้างชัดเจนว่าปฏิเสธการมีอยู่ของกลุ่มแวกเนอร์โดยยืนยันว่ากองกำลังทหารรับจ้างนั้นผิดกฎหมาย

ขณะที่อเล็กซานเดอร์ โบรอได สมาชิกรัฐสภารัสเซีย ก็ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ว่า กลุ่มแวกเนอร์อาจไม่สามารถคงอยู่ต่อไปได้ในรัสเซีย แต่ถ้ากลุ่มแวกเนอร์ยังต้องการอยู่ในรัสเซียต่อไป ก็อาจต้องเปลี่ยนสภาพไปเป็นองค์กรอื่นๆ หรือกลายเป็นองค์กรนักรบรับจ้างที่เซ็นสัญญากับกองทัพรัสเซีย เช่นเดียวกับกองกำลังเชเชนของรามซาน กาดูรอฟ

ส่วนแวกเนอร์กลุ่มที่สองในแอฟริกา ศาสตราจารย์ไมเคิล คลาร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากสหราชอาณาจักรระบุว่า

กลุ่มแวกเนอร์กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญต่อการพิทักษ์ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของรัสเซียในแอฟริกา ดังนั้นกลุ่มนี้จะไม่ถูกปฏิเสธการมีอยู่ อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ไมเคิล คลาร์ก มองว่าผู้นำรัสเซียจะแต่งตั้งหัวหน้ากลุ่มแวกเนอร์คนใหม่เพื่อดูแลกิจกรรมต่างๆ ในแอฟริกา

คนที่อาจขึ้นมาแทนที่ปริโกชิน คือ พลเอกอังเดร อเวเรียนอฟ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางการทหารรัสเซีย หน่วย 29155 ซึ่งมีหน้าที่ลอบสังหารชาวต่างชาติและทำกิจกรรมอื่นๆ ที่มุ่งทำลายเสถียรภาพของประเทศในยุโรป โดยในการประชุมรัสเซีย-แอฟริกาซัมมิทครั้งที่ 2 เมื่อเดือนที่แล้ว พลเอกอังเดร อเวเรียนอฟ ก็ไปเข้าร่วมหารือกับผู้นำชาติแอฟริกาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรัสเซียด้วย

ศาสตราจารย์คลาร์กประเมินว่า พลเอกที่เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองรายนี้ จะเข้ามาควบคุมกลุ่มแวกเนอร์ และอาจเปลี่ยนชื่อกลุ่ม ก่อนจะควบรวมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสำนักข่าวกรองกองทัพรัสเซีย หรือ GRU อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายประเมินว่าการแทนที่ผู้นำกลุ่มแวกเนอร์ด้วยคนของรัฐบาลอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ได้ไปสัมภาษณ์ทหารรับจ้างของกลุ่มแวกเนอร์ที่มาวางดอกไม้ไว้อาลัยในกรุงมอสโก

ทหารรับจ้างรายดังกล่าวระบุว่า ปริโกชินและอุตกินไม่ใช่ผู้นำหรือศูนย์กลางของกลุ่มแวกเนอร์ และถ้าคนทั่วไปรู้ระบบโครงสร้างภายในขององค์กรแวกเนอร์ ก็จะเข้าใจว่าการเสียชีวิตของปริโกชินหรืออุตกิน หรือคนเพียงไม่กี่คน ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่มแวกเนอร์แน่นอน

ในวันที่รัสเซียสูญเสียหัวหน้ากลุ่มแวกเนอร์ ทางยูเครนก็เกิดความสูญเสียครั้งสำคัญเช่นเดียวกัน หลังทางการรายงานว่ายูเครนสูญเสียนักบินพร้อมกันถึงสามรายในวันเดียว

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้เปิดเผยขณะที่แถลงรายงานสถานการณ์ประจำวัน

โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันการบินยูเครน ได้เกิดเหตุเครื่องบิน  L-39 ของยูเครนสองลำชนกันกลางอากาศเหนือแคว้นชือโตมือร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางด้านตะวันตกของกรุงเคียฟ ส่งผลทำให้นักบิน 3 รายชีวิตในที่เกิดเหตุ นักบินทั้ง 3 รายคือ แอนดรี ปิลส์ชิคอฟ  พันตรีเซอร์ฮี โปรคาซิน  และพันตรีวยาเชสลาฟ มินคา

การจากไปของนักบินทั้งสามราย ได้สร้างความโศกเศร้าให้กับทางกองทัพอากาศยูเครนเป็นอย่างมาก เนื่องจากกระทรวงกลาโหมยูเครนระบุว่านักบินทั้ง 3 เป็นนักบินฝีมือดีและมีประสบการณ์การรบทางอากาศสูง  หลังจากเกิดเหตุ

หนึ่งในสามนักบินที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากคือ แอนดรี ปิลส์ชิคอฟ หรือที่ใช้ชื่อรหัสนักบินว่า “จูซ” (JUICE) ซึ่งสังกัดอยู่ในหน่วย Ghost of Kyiv หรือ “ผีแห่งเคียฟ”  

จูซเป็นหนึ่งในนักบินคนสำคัญที่ปกป้องน่านฟ้ากรุงเคียฟจากการรุกรานในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2022

โดยยูริ อิฮ์นัต โฆษกกองทัพอากาศยูเครน ได้เขียนคำอาลัยถึงจูซว่าเป็นนักบินที่มีความสามารถ และเป็นคนที่ฝันอยากเห็น F-16 อยู่บนท้องฟ้าเพื่อปกป้องยูเครนมากที่สุดคนหนึ่ง

โฆษกกองทัพอากาศยูเครนบรรยายว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา จูซหรือแอนดรี ปิลส์ชิคอฟ คือหนึ่งในบุคคลจากกองทัพอากาศยูเครนที่ติดต่อกับทางการสหรัฐฯ เพื่ออธิบายความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เครื่องบิน F-16 เพื่อสู้รบ

เขาเคยกล่าวไว้ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า นักบินของยูเครนต้องใช้กลยุทธ์ ความยืดหยุ่น และความสร้างสรรค์อย่างมากเพื่อปรับตัวให้กับสถานการณ์และอาวุธที่มี

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักบินยูเครนรายนี้และกองทัพยูเครนต้องการเครื่องบินรบสัญชาติตะวันตกอย่าง F-16 เป็นเพราะเครื่องบินรบนี้จะเติมเต็มยุทธวิธีการโต้กลับให้กับกองทัพยูเครนได้  อย่างไรก็ดี แม้ยูเครนจะยังไม่ได้เครื่องบินรบ F-16 มาอยู่ในครอบครอง แต่ตอนนี้ยูเครนสามารถปลดปล่อยพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นแนวรบหลักในการทำการโต้กลับได้อย่างมีนัยสำคัญ

แนวรบที่กองทัพยูเครนสามารถปลดปล่อยได้คือ เขตโรโบตือนีตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองโอริคีฟและเมืองโตคมัค ซึ่งมีเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่โตคมัค เมืองหน้าด่านที่เชื่อมไปยังเมลิโตปอล เมืองศูนย์กลางขนส่งทางการทหารของกองทัพรัสเซีย

สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม หรือ ISW ได้รายงานว่า ตอนนี้ยูเครนได้ผ่านแนวสนามเพลาะแนวแรกในเขตโรโบตือนี แคว้นซาโปริซเซียสำเร็จ และมุ่งหน้าไปยังเขตโคปานีทางตะวันตกและพื้นที่ทางใต้เพื่อต่อสู้กับรัสเซียในสนามเพลาะแนวต่อไป

รายงานดังกล่าวของ ISW สอดคล้องกับรายงานของฮันนา มาลีอาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครนที่ออกมาแถลงว่า ตอนนี้กองทัพยูเครนยึดเขตโรโบตือนีสำเร็จและกำลังมุ่งหน้าไปยังเขตโนโวดานีลิฟกาทางตอนใต้ต่อไป

หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเหตุใดกองทัพยูเครนสามารถรุกคืบและฝ่าแนวสนามเพลาะของรัสเซียจนยึดเขตโรโบตือนีที่อยู่ภายใต้การครอบครองของรัสเซียมายาวนานกว่า 1 ปีสำเร็จ หนึ่งในความเป็นไปได้ที่หลายฝ่ายประเมินคือ ยูเครนเปลี่ยนยุทธวิธีในการรบหลังจากเข้าพบกับนายทหารระดับสูงของชาติสมาชิกนาโต

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานว่า เมื่อประมาณวันที่ 15 สิงหาคม นายทหารระดับสูงจากบางชาติสมาชิกองค์การนาโต ได้เดินทางไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่งบริเวณชายแดนยูเครน-โปแลนด์ วัตถุประสงค์ในการเดินทางไปเยือนคือเพื่อพบกับพลเอก วาเลรี ซาลูชนี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนและหารือประเด็นการทำสงคราม

นายทหารนาโตที่เดินทางไปยังสถานที่ลับดังกล่าวคือ พลเอกคริสโตเฟอร์ คาโวลี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรยุโรป หรือ SACEUR และพลเรือเอก เซอร์โทนี ราดาคิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพสหราชอาณาจักร และเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของยูเครน

การพบกันครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง โดยเดอะการ์เดียนอ้างว่า การพูดคุยเป็นไปเพื่อปรับยุทธศาสตร์การรบของยูเครนในการทำปฏิบัติการโต้กลับในฤดูร้อน รวมถึงวางแผนเพื่อรับมือกับการรบและฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และเตรียมรับมือกับการต่อสู้ที่ดุเดือดในปีหน้า

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า ชาติตะวันตกได้แนะนำให้ยูเครนมุ่งเป้ารบไปในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งแหล่งข่าวภายในของสหราชอาณาจักรให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า  แนวรบหลักอาจอยู่ที่แคว้นซาโปริซเซีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองโตคมัค เมืองหน้าด่านก่อนถึงเมืองเมลิโตปอลและทะเลอาซอฟ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการโดดเดี่ยวพื้นที่คาบสมุทรไครเมีย

อย่างไรก็ดี เดอะการ์เดียนระบุเสริมว่า การพบกันระหว่างนายทหารระดับสูงของยูเครน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก  ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา พลเอกซาลูชนีของยูเครน ได้จัดประชุมทางไกลร่วมกับพลเอกราดาคินของสหราชอาณาจักร และพลเอกมาร์ก มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ เพื่อหารือเรื่องการปรับแนวรบโต้กลับให้เหลือแนวรบเดียวคือ แคว้นซาโปริซเซีย

หลายฝ่ายประเมินว่าการพบกันในครั้งนั้น อาจกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ยูเครนสามารถยึดพื้นที่ในแคว้นซาโปริซเซียคืนได้มากขึ้น หลังจากพยายามในแนวรบนี้มานานหลายเดือน  ท่ามกลางการโต้กลับทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ วันนี้รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตียูเครนจนทำให้มีผู้เสียชีวิต

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา สำนักข่าว CNN รายงานว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีคลังเก็บน้ำมันที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูมิภาคโปลตาวา พื้นที่ทางตอนกลางของยูเครน โดยผลจากการโจมตีทำให้มีผู้เสีย 2 รายและบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 ราย 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ