กระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียประกาศห้ามแอปเปิล (Apple) ทำการตลาดและกลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์ iPhone 16 (ไอโฟน 16) เนื่องจากแอปเปิลไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการลงทุนในประเทศ
อินโดนีเซียเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แอปเปิลยังคงไม่มีร้านค้าอย่างเป็นทางการในประเทศนี้ ทำให้ผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลต้องซื้อจากแพลตฟอร์มขายสินค้ารีเซลแทน
เปิดประวัติ 4 ตัวเต็งกุนซือใหม่ แมนยู ชาบี กับ อโมริม น่าจับตา
เฟบรี เฮนดรี อันโทนี อาริฟ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียกล่าวว่า โทรศัพท์นำเข้ารุ่น iPhone 16 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือน ก.ย. ไม่สามารถทำตลาดในประเทศอินโดนีเซียได้ เนื่องจากหน่วยงานในท้องถิ่นของแอปเปิลไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดให้ 40% ของโทรศัพท์ต้องผลิตจากชิ้นส่วนในประเทศ
อาริฟกล่าวในแถลงการณ์ว่า “อุปกรณ์ iPhone 16 ที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนยังไม่สามารถทำตลาดในประเทศได้ แอปเปิลอินโดนีเซียยังไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการลงทุน”
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า แอปเปิลต้องลงทุนในอินโดนีเซียและจัดหาแหล่งวัตถุดิบจากอินโดนีเซียเพื่อใช้ในการผลิตส่วนประกอบของ iPhone เพื่อให้บรรลุข้อตกลงดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ แอปเปิลได้ตกลงที่จะลงทุนในอินโดนีเซียเป็นมูลค่า 1.7 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 3.6 พันล้านบาท) แต่ ณ ต้นเดือน ต.ค. ได้ลงทุนไปเพียง 1.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 3.2 พันล้านบาท) เท่านั้น
กระทรวงฯ กล่าวว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ของแอปเปิลสามารถนำเข้ามาในอินโดนีเซียได้ตราบใดที่ไม่มีการซื้อขายในเชิงพาณิชย์ โดยมีการประเมินว่ามี iPhone 16 เพียง 9,000 เครื่องที่เข้ามาในอินโดนีเซียขณะนี้
อินโดนีเซียเคยใช้มาตรการห้ามที่คล้ายคลึงกันนี้เพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศมาแล้วในอดีต ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย แอปเปิลเคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า การห้ามนำเข้าสินค้า 4,000 รายการ เช่น แล็ปท็อปและวัตถุดิบ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือน มี.ค. จะส่งผลให้แล็ปท็อปขาดแคลนในประเทศ บริษัทหลายแห่งได้ลดขนาดการดำเนินงานลงอันเป็นผลจากการห้ามดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การจำกัดการนำเข้าแร่เป็นเวลานานหลายปีของประเทศส่งผลให้ภาคส่วนแบตเตอรี่ของอินโดนีเซียโตขึ้น
ทั้งนี้ การที่ iPhone 16 ไม่ได้เปิดตัวในอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการถือเป็นการเสียโอกาสครั้งใหญ่ของบริษัท เพราะประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศอื่น ๆ ของเอเชีย
เรียบเรียงจาก The Guardian