ผลการสำรวจที่จัดทำโดยหาวิทยาลัยแมสซาชูเสตส์ โลเวลล์ และบริษัทวิจัยการตลาด "ยูกอฟ" ซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 16 ถึง 23 ต.ค. ได้สอบถามความคิดเห็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งจำนวน 650 คนในรัฐที่คะแนนเสียงสูสี เช่น รัฐนอร์ทแคโรไลนา และรัฐมิชิแกน
ผลการสำรวจพบว่า อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรรครีพับลิกันมีคะแนนนิยม 47% ส่วนรองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยม 45%
ตรวจผลรางวัลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี งวด 225-258 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567
นอกจากนี้ 74% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าสหรัฐฯกำลังอยู่ในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง และ 57% รู้สึกไม่พอใจการทำงานของประธานาธิบดี โจ ไบเดน
ขณะที่โพลของสำนักอื่น ๆ อีกหลายแห่งระบุว่าจุดแข็งของทรัมป์ที่เหนือกว่าแฮร์ริส คือการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ การแก้ไขความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการควบคุมผู้อพยพ
ส่วนจุดแข็งของแฮร์ริสคือการปกป้องสิทธิ์ของผู้หญิงในด้านการยุติการตั้งครรภ์ มีภาพลักษณ์ที่น่าไว้ใจ และเคารพกฎหมาย ขณะที่ทรัมป์ถูกมองว่ามีแนวโน้มจะทุจริตมากกว่า
ด้านอิเล็กชัน แล็บ (Election Lab) หน่วยวิเคราะห์การลงคะแนนเสียงและการเลือกตั้งของมหาวิทยาลัยฟลอริดา เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า จนถึงตอนนี้มีชาวอเมริกันที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 61.9 ล้านคน ทำลายสถิติของปี 2020 ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเกือบ 60 ล้านคน
สำหรับการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าของสหรัฐฯ ชาวอเมริกันสามารถมาลงคะแนนด้วยตัวเองที่หน่วยเลือกตั้ง หรือโดยการส่งจดหมายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้สนับสนุนเดโมเครตนิยมมาก และเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปี ที่แล้ว