สำนักข่าว CNN รายงานว่า ตำรวจอิสราเอลได้ทำการจับกุมผู้ช่วยคนสำคัญของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู หลังถูกกล่าวหาว่าปล่อยข้อมูลลับไปยังสื่อต่างประเทศ
ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวเป็น “ของปลอม” และเป็นส่วนหนึ่งของกลอุบายเพื่อขัดขวางข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา โดยการสืบสวนมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า สำนักงานนายกรัฐมนตรีเผยแพร่ต่อสื่อต่างประเทศว่าฮามาสกำลังวางแผนลักลอบขนตัวประกันออกจากฉนวนกาซาข้ามพรมแดนอียิปต์ และสร้างความแตกแยกในสังคมอิสราเอล
เอลีเอเซอร์ เฟลด์สเตน ผู้ช่วยของเนทันยาฮู เป็นหนึ่งในหลายคนที่ถูกสอบสวนเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลข่าวกรองลับที่ละเอียดอ่อน
ตามเอกสารคำสั่งศาลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ระบุว่าข้อมูลที่นำมาจากระบบของกองทัพอิสราเอลและเผยแพร่โดยผิดกฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของอิสราเอลในการปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮามาสกักขังไว้ในฉนวนกาซา
อัจฉริยะแฉ! ตร.หิ้วสอบคนใกล้ชิดทนายตั้มตัวย่อ "บ" รับสารภาพหมดเปลือก!
โฆษกของเนทันยาฮูปฏิเสธว่าไม่มีการรั่วไหลของข้อมูลมาจากสำนักงานนายกรัฐมนตรี และ “บุคคลดังกล่าวไม่เคยเข้าร่วมการหารือเกี่ยวกับความมั่นคง” ซึ่งดูเหมือนว่าจะหมายถึงเฟลด์สเตน
ด้าน ยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวหาสำนักงานนายกรัฐมนตรีว่า ได้ทำให้เอกสารลับปลอมรั่วไหลออกมา เพื่อทำลายความเป็นไปได้ของข้อตกลงปล่อยตัวประกัน เพื่อสร้างอิทธิพลต่อความคิดเห็นของประชาชนต่อครอบครัวตัวประกัน
ที่ผ่านมา ครอบครัวของตัวประกันที่ถูกจับกล่าวหาเนทันยาฮูว่าขัดขวางข้อตกลงกับกลุ่มฮามาสซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะการยุติสงครามฉนวนกาซาจะบังคับให้นายกรัฐมนตรีต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
สำหรับข้อมูลที่ถูกกล่าวหาว่ารั่วไหลออกมานั้น ถูกนำเสนอในบทความ 2 บทความที่ตีพิมพ์ในเดือน ก.ย. บทความหนึ่งตีพิมพ์ใน Jewish Chronicle ในสหราชอาณาจักร และอีกบทความหนึ่งใน Bild ของเยอรมนี โดยทั้งสองบทความอ้างแหล่งข่าวกรองของอิสราเอล
บทความดังกล่าวถูกตีพิมพ์ในขณะที่การเจรจาหยุดยิงและปล่อยตัวประกันยังคงดำเนินต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน ชาวอิสราเอลหลายพันคนออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลทำข้อตกลงกับฮามาสและนำตัวประกันชาวอิสราเอลกลับบ้าน
การประท้วงดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากที่กองทัพอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า ชาวอิสราเอล 6 คนถูกสังหารในฉนวนกาซา โดย 4 คนในจำนวนนี้จะได้รับการปล่อยตัวในระลอกแรกของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น
วันรุ่งขึ้น เนทันยาฮูได้จัดงานแถลงข่าวและนำเสนอเอกสารที่อ้างว่าพบในอุโมงค์ในฉนวนกาซา เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า กลุ่มฮามาสกำลังพยายามแบ่งแยกชาวอิสราเอล
เนทันยาฮูยังย้ำถึงข้อเรียกร้องให้อิสราเอลควบคุมชายแดนกาซา-อียิปต์บริเวณเส้นทางฟิลาเดลเฟีย ซึ่งจะ “ป้องกันการลักลอบขนตัวประกันของเราไปยังคาบสมุทรไซนาย ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจไปโผล่ในอิหร่านหรือเยเมน”
เพียงไม่กี่วันต่อมา Jewish Chronicle ได้ตีพิมพ์บทความที่อ้างแหล่งข่าวกรองอิสราเอล โดยระบุว่า “แผนของผู้นำฮามาสคือการลักลอบขนตัวเขาเองและผู้นำฮามาสที่เหลือพร้อมกับตัวประกันชาวอิสราเอลผ่านทางเดินฟิลาเดลเฟียไปยังคาบสมุทรไซนายและจากที่นั่นไปยังอิหร่าน”
บทความดังกล่าวระบุว่าข้อมูลดังกล่าวรวบรวมได้ “ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาสที่ถูกจับ รวมถึงจากข้อมูลที่ได้รับจากเอกสารที่ยึดได้เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พบศพของตัวประกันที่ถูกสังหารทั้ง 6 ศพ” ปัจจุบันบทความดังกล่าวถูกลบไปแล้ว
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น บทความในหนังสือพิมพ์ Biild ของเยอรมนีระบุว่า เอกสารของกลุ่มฮามาสที่กล่าวถึงนั้นเขียนโดย ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ซึ่งระบุว่ากลุ่มกำลังพยายามทำให้สงครามยืดเยื้อและพยายามสร้างความแตกแยกภายในอิสราเอล รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อครอบครัวของตัวประกัน เพื่อที่พวกเขาจะได้กดดันรัฐบาลอิสราเอล โดย Bild อ้างถึงเอกสารข่าวกรองเช่นกัน
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 ก.ย. กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ระบุว่า เอกสารที่ Bild อ้างถึงนั้นไม่ได้เขียนโดยซินวาร์ แต่เป็นเอกสารเก่าที่ค้นพบเมื่อ 5 เดือนที่แล้วและ “เขียนขึ้นเป็นคำแนะนำโดยกลุ่มระดับกลางในฮามาส ไม่ใช่โดยซินวาร์”
IDF กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ “ถือเป็นข้อมูลใหม่” และยังกล่าวอีกว่า “มีการนำเสนอต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจหลายครั้ง แม้กระทั่งก่อนที่จะพบเอกสารดังกล่าว” แถลงการณ์ยังระบุเพิ่มเติมว่ากำลังสืบสวนการรั่วไหลของเอกสารดังกล่าว ซึ่ง “ถือเป็นความผิดร้ายแรง”
ครอบครัวของตัวประกันเชื่อว่านี่อาจเป็นฝีมือคนในสำนักงานของนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า “มีข้อสงสัยที่บ่งชี้ว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีได้กระทำการเพื่อหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ”
ยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านของอิสราเอล และเบนนี แกนต์ซ ซึ่งลาออกจากคณะรัฐมนตรีสงครามอิสราเอลเมื่อต้นปีนี้ มองว่า การรั่วไหลของข้อมูลดังกล่าวเป็นความล้มเหลวของผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาล
ทั้งคู่กล่าวโทษสำนักงานของเนทันยาฮูว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรั่วไหลดังกล่าว โดยแกนต์ซกล่าวหาว่า เนทันยาฮูใช้ประโยชน์จากการรั่วไหลดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง นอกจากนี้ ลาปิดยังตั้งคำถามว่าการรั่วไหลดังกล่าวอาจเป็นไปโดยตั้งใจหรือไม่ เนื่องจากการเจรจาระหว่างเนทันยาฮูกับกลุ่มฮามาสล้มเหลวเมื่อต้นปีนี้
ลาปิดบอกว่า “มีข้อสงสัยว่า ทีมงานของเนทันยาฮูได้เผยแพร่เอกสารลับและปลอมแปลงเอกสารลับเพื่อทำลายความเป็นไปได้ของข้อตกลงหยุดยิง เรื่องนี้เกิดขึ้นจากสำนักงานของนายกรัฐมนตรีเอง และการสอบสวนจะต้องตรวจสอบว่าเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือไม่”
เรียบเรียงจาก CNN