สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า พรรคแนวร่วมของรัฐบาลเยอรมนี 3 พรรค ได้แก่ พรรคสังคมประชาธิปไตยฝ่ายกลางซ้ายของนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์, พรรคเสรีประชาธิปไตยที่สนับสนุนเศรษฐกิจแบบตลาด และพรรคกรีน ซึ่งพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เกิดความขัดแย้งรุนแรง หลังจากเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีชอลซ์ ได้ปลด คริสเตียน ลินด์เนอร์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ ลินด์เนอร์เป็นหนึ่งในหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ที่ผู้นำเยอรมนีวิพากษ์วิจารณ์ว่า เห็นแก่ผลประโยชน์ของพรรคมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศ
วิกฤตภายในพรรคร่วมรัฐบาลของเยอรมนี ทำให้เยอรมนีซึ่งเป็นชาติเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายทางการเมือง และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะในศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ไปได้
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ ชไตน์ไมเออร์ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยังยั้งชั่งใจ พร้อมย้ำว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาทะเลาะวิวาทกัน
ขณะที่การล่มสลายของพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ไม่มีเสียงข้างมากในรัฐสภาอีกต่อไป ดังนั้นการลงมติไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลของเขา อาจส่งผลทำให้เยอรมนีต้องมีการเลือกตั้งก่อนกำหนดปลายเดือน มี.ค. ปีหน้า