เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กัมพูชาและโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้เผยเผยแพร่เอกสารสรุปนโยบายเกี่ยวกับการผลักดันให้กัมพูชาหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ภายในปี 2029
โดยเอกสารข้างต้นประเมินถึงโอกาสการสูญเสียมาตรการสนับสนุนระหว่างประเทศ เช่น ข้อเสนอที่ให้ยกเว้นการปฏิบัติตามความตกลงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPS waivers) ภายใต้กฎขององค์การการค้าโลก (WTO) การเข้าถึงตลาดโดยได้รับสิทธิพิเศษ
การจัดหาเงินทุนแบบผ่อนปรน และอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อสาธารณสุข สินค้าส่งออกที่สำคัญอย่างเสื้อผ้าสำเร็จรูป ข้าวสาร และจักรยาน และลดการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม
ส่อง 30 ลุค! พร้อมเคาะคะแนน "โอปอล สุชาตา" ก่อนรอบพรีลิมฯ "Miss Universe 2024" 15 พ.ย.นี้!
ย้อนดูมูลค่าตัวเลขการซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ในประเทศไทย
ทั้งนี้ การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อาจชะลอตัวลงร้อยละ 0.5-1.5 และอาจมีการสูญเสียตำแหน่งงาน 1.65 แสนอัตรา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่ทำงานในภาคส่วนเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชน 4.32 แสนคนเสี่ยงตกอยู่ในความยากจนหากไม่วางรากฐานที่ถูกต้องโดยเร็วที่สุด
บิน โทรเชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนของกัมพูชา กล่าวว่า เพื่อให้แน่ใจว่าการที่กัมพูชาหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุดจะไม่ขัดขวางความก้าวหน้าด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทางกระทรวงฯ จะร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สถาบัน ภาคเอกชน พันธมิตรการพัฒนา และภาคประชาสังคมในการพัฒนากลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น
โทรเชย์ชี้ว่ายุทธศาสตร์นี้จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยมของรัฐบาล และมุ่งเน้นที่ 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างทุนมนุษย์ การกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การขยายตลาดการค้า การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และการเสริมสร้างกลไกสนับสนุนทางสังคม
ขณะที่ อลิสซาร์ ชาเกอร์ ผู้แทนโครงการฯ ประจำกัมพูชา เปิดเผยว่าการพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุดจะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของเส้นทางการพัฒนาของกัมพูชา ซึ่งจะสร้างทั้งความท้าทายและโอกาส
ทั้งนี้ชาเกอร์ยังระบุด้วยว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะเปิดเส้นทางใหม่สู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น และเป็นความพยายามร่วมกันนอกเหนือจากด้านการค้า ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของหุ้นส่วนการพัฒนาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางสังคมทั้งหมดเพื่อคว้าโอกาสและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับกัมพูชา
นอกจากนี้ ชาเกอร์ ยังระบุว่า โครงการฯ จะสนับสนุนกัมพูชาในช่วงการเปลี่ยนผ่านโดยส่งเสริมการเร่งการพัฒนามนุษย์ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อการเติบโตที่ยืดหยุ่น และเปลี่ยนผ่านจากการระดมทุนสู่การจัดหาเงินทุน