สิ่งที่คาดว่าเป็นเครื่องบิน “อมีเลีย เอียร์ฮาร์ต” ความจริงคือ “ก้อนหิน”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากกรณีที่มีรายงานว่าพบวัตถุซึ่งคาดว่าอาจเป็นเครื่องบินที่หายสาบสูญไปของ “อมีเลีย เอียร์ฮาร์ต” นั้น ปรากฏว่ามันคือ “แนวก้อนหิน”

เมื่อต้นปี 2024 มีข่าวชวนตื่นเต้นว่าเราอาจพบเครื่องบินที่หายสาบสูญไปของ “อมีเลีย เอียร์ฮาร์ต” นักบินหญิงซึ่งพยายามสร้างสถิติเป็นผู้หญิงคนแรกที่บินรอบโลก โดยมีนักสำรวจจำนวนหนึ่งทุ่มเทให้กับการค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับที่อยู่ของเธอในทะเลมาโดยตลอด

เอียร์ฮาร์ตหายสาบสูญไปเมื่อปี 1937 หลังขับเครื่องบินล็อกฮีด 10-อี อิเล็กตรา (Lockheed 10-E Electra) เพื่อออกเดินทางรอบโลก แต่กลับหายสาบสูญไปขณะบินอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

สิ่งที่คาดว่าเป็นเครื่องบินของ อมีเลีย เอียร์ฮาร์ต ความจริงคือก้อนหิน AFP/Deep Sea Vision
ภาพโซนาร์แสดงวัตถุที่อาจเป็นเครื่องบินของ อมีเลีย เอียร์ฮาร์ต

ภาพโซนาร์ที่ถ่ายได้ในเดือน ม.ค. 2024 โดยบริษัทสำรวจมหาสมุทร ดีปซีวิชัน (Deep Sea Vision) เผยให้เห็นสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายเครื่องบินบนพื้นทะเล บริเวณจุดที่ห่างจากเกาะฮาวแลนด์ในมหาสมุทรแปซิฟิกไปประมาณ 160 กิโลเมตร

เกาะฮาวแลนด์เป็นตำแหน่งที่คาดว่าเอียร์ฮาร์ตกำลังจะเดินทางไปลงจอดเพื่อพัก ก่อนจะถูกประกาศว่าสูญหายในทะเล การค้นพบครั้งนั้นทำให้คนทั่วโลกสนใจในปริศนานี้อีกครั้ง และทำให้หลายคนมีความหวังว่า อาจมีการค้นพบเครื่องบินอิเล็กตราของเอียร์ฮาร์ตที่หายไปในที่สุด

แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ดีปซีวิชันออกมายืนยันแล้วว่า วัตถุรูปร่างคล้ายเครื่องบินดังกล่าวความจริงแล้วคือ “แนวก้อนหิน” ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง "ทักษิณ" ล้มล้าง ครอบงำ "เพื่อไทย"

สิ่งที่คาดว่าเป็นเครื่องบินของ อมีเลีย เอียร์ฮาร์ต ความจริงคือก้อนหิน Deep Sea Vision
วัตถุที่รูปร่างคล้ายเครื่องบินความจริงแล้วคือแนวก้อนหิน

โทนี โรมิโอ นักบินและอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซีอีโอของดีปซีวิชัน กล่าวว่า แนวหินดังกล่าวอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 4,800 เมตร เมื่อค้นพบครั้งแรก ยานใต้น้ำอัตโนมัติขั้นสูง (AUV) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทำแผนที่พื้นทะเลโดยใช้เทคโนโลยีโซนาร์ อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร

ทีมได้ส่ง AUV ออกไปเหนือพื้นที่โดยตรงในช่วงต้นเดือน พ.ย. และสร้างภาพหินรูปร่างดังกล่าวที่มีความละเอียดสูง

“บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงมากระหว่างการเดินทาง พวกเรารู้สึกตื่นเต้น แต่เราก็รู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด แต่แน่นอนว่าทุกคนก็ตื่นเต้นกันทั้งนั้น” โรมิโอกล่าว

เขาเสริมว่า “เราต้องรอเป็นเวลานานกว่าที่ยานสำรวจอวกาศจะเข้าประจำตำแหน่งเพื่อสแกนวัตถุ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงหลังจากปล่อยยานจนกระทั่งทีมงานสามารถดูข้อมูลได้ หลังจากรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นอย่างน่าประหลาดใจว่าวัตถุดังกล่าวเป็นแนวหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ”

เขาเสริมว่า “มันเป็นการก่อตัวที่โหดร้ายที่สุดที่ธรรมชาติสร้างขึ้น มันเหมือนกับว่ามีคนวางหินเหล่านั้นไว้เป็นลวดลายที่สวยงามของเครื่องบิน เพียงเพื่อแกล้งใครบางคนที่กำลังตามหามันอยู่”

โรมิโอบอกอีกว่า “ผมคิดว่าทุกคนใช้เวลาเพียงเล็กน้อย พื้นที่เล็กน้อย จากนั้นเราก็ตั้งสติได้ ... และเราก็กลับไปทำงานในการค้นหาพื้นที่ใหม่ ๆ ที่เราต้องการค้นหาทันที”

ดีปซีวิชันประกาศเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า ภารกิจการค้นหาเครื่องบินของเอียร์ฮาร์ตยังคงดำเนินต่อไป โดยโรมิโอและผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ กล่าวว่า ไม่ควรสูญเสียความหวังในการค้นหาเครื่องบินอิเล็กตรา

ซีอีโอของดีปซีวิชันเผยว่า อาจไม่กลับไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อค้นหาต่อจนกว่าจะถึงปี 2026 เนื่องจากมีภารกิจอื่น ๆ “เราคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะก่อนที่เราจะได้กลับไปที่นั่นอีกครั้ง แต่เราต้องการค้นหามัน และผมเชื่อว่าเราจะทำได้”

ในขณะเดียวกัน เดวิด จอร์แดน ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานบริษัท Nauticos บรอษัทสำรวจทะเล กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ดีปซีวิชันประกาศพบวัตถุรูปร่างคล้ายเครื่องบินที่พื้นทะเลนี้ เขาได้เตือนไม่ให้ใช้ภาพโซนาร์เพื่อระบุสิ่งใด ๆ บนพื้นทะเล

“บนเว็บไซต์ของเรา เราระบุว่า ‘ภาพโซนาร์ระยะไกลมักหลอกลวงได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโครงสร้างทางธรณีวิทยา’ ซึ่งเป็นวิธีที่สุภาพในการบอกว่ามันอาจเป็นเพียงกองหินก็ได้ … ซึ่งปรากฏว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ” จอร์แดนกล่าวหลังรายงานล่าสุดของดีปซีวิชัน

จอร์แดนเสริมว่า การค้นหาวัตถุบนพื้นทะเลก็เหมือนกับการค้นหาคอนแทคเลนส์ในสนามฟุตบอลในความมืดโดยใช้ไฟฉายส่องเพื่อส่องสว่าง ซึ่งสามารถทำได้ แต่ต้องทำงานอย่างระมัดระวังและเป็นระบบ “คุณภาพของข้อมูลโซนาร์มีความสำคัญ เช่นเดียวกับการติดตามตำแหน่งที่คุณค้นหาและไม่พลาดจุดใด ๆ ระหว่างทาง”

 

เรียบเรียงจาก CNN

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ