รวม 10 วิธีประหยัดเงิน ลดรายจ่ายได้จริง ฉบับมนุษย์เงินเดือนเก็บเงินไม่อยู่
เงินเดือนออกได้ไม่นาน รู้สึกตัวอีกทีเงินก็หมดแล้ว ทั้งที่ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากนัก ปัญหาใช้เงินเดือนชนเดือนแบบนี้เป็นเรื่องที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องเจออยู่บ่อย ๆ แต่จริง ๆ แล้วการเก็บเงินไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการใช้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนค่าใช้จ่าย แยกสัดส่วนเงินให้ชัดเจน หรือเริ่มมองหาวิธีประหยัดเงินที่เหมาะกับตัวเอง ก็สามารถช่วยลดรายจ่ายและทำให้มีเงินเหลือเก็บได้จริงในระยะยาว
10 วิธีประหยัดเงิน สำหรับมนุษย์เงินเดือน
1. ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน
วิธีประหยัดเงินง่าย ๆ ต้องเริ่มจากเป้าหมายที่ทำได้จริง เช่น เก็บเงินเดือนละ 500–1,000 บาท เพื่อไม่ให้รู้สึกกดดันเกินไป เมื่อเริ่มมีวินัยแล้วค่อยเพิ่มจำนวนขึ้นในอนาคต แนะนำให้แยกเงินเก็บทันทีหลังเงินเดือนออก และหลีกเลี่ยงการนำออกมาใช้หากไม่จำเป็นจริง ๆ
2. แบ่งเงินออกเป็นหลายส่วน
การใช้บัญชีเดียวสำหรับหลายค่าใช้จ่าย อาจทำให้ไม่รู้ว่าเราหมดเงินไปกับอะไรบ้าง อาจลองแบ่งเงินในแต่ละบัญชี วิธีประหยัดเงินแบบนี้จะช่วยให้เราจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น
- บัญชีค่าใช้จ่ายประจำ
- บัญชีเงินเก็บ
- บัญชีใช้จ่ายรายวัน
- บัญชีฉุกเฉิน
วิธีนี้ช่วยให้ควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น และเห็นพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองชัดกว่าเดิม ทำให้การลดค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะรู้ว่าเงินส่วนใหญ่หมดไปกับอะไรบ้างในแต่ละเดือน
3. ตั้ง Goal การเงินให้ชัดเจน
การเก็บเงินควรมีแรงจูงใจ เพราะหากเก็บเงินโดยไม่รู้ว่าเก็บไปทำไม ก็อาจทำให้หมดกำลังใจได้ง่าย โดยสามารถลองตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ช่วยให้มีกำลังใจในการเก็บเงิน เช่น
- เก็บเงินเที่ยวญี่ปุ่น
- เก็บเงินดาวน์รถ
- เก็บเงินฉุกเฉิน 6 เดือน
- เก็บเงินแต่งบ้าน
เมื่อมีเป้าหมายชัด จะช่วยให้ตัดสินใจก่อนใช้เงินได้ง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าเก็บเงินไปเพื่ออะไร และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้มากขึ้น เพราะว่ามีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนอยู่แล้ว
4. จดรายรับ–รายจ่ายทุกเดือน
หลายคนคิดว่าตัวเองไม่ได้ใช้เงินเยอะ แต่จริง ๆ แล้วอาจมีรายจ่ายรั่วไหลซ่อนอยู่ เช่น ค่ากาแฟ เดลิเวอรี หรือค่าสมัครสมาชิกที่สมัครไว้แต่ไม่ได้ใช้ การจดรายรับรายจ่ายถือเป็นหนึ่งในวิธีประหยัดเงินที่ช่วยให้เห็นภาพการใช้เงินชัดขึ้น รู้ว่าเงินหมดไปกับอะไร และสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยวางแผนเก็บเงินได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และถ้าใครไม่สะดวกจดรายรับรายจ่ายเอง ก็สามารถใช้ตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชันจดบันทึกเพื่อช่วยติดตามค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้เช่นกัน
5. ลดค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่จำเป็น
หลายครั้งที่เราพยายามหาวิธีประหยัดเงิน แต่กลับมองข้ามค่าใช้จ่ายประจำที่ถูกหักหรือจ่ายซ้ำอยู่ทุกเดือน ทั้งที่บางอย่างแทบไม่ได้ใช้งานแล้ว การลองสำรวจและเช็กค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่เสมอ เช่น
- แพลตฟอร์มสตรีมมิงหลายแอป
- ค่าชา,กาแฟ
- ค่าอาหารเดลิเวอรี
- ค่าเดินทางที่แพงเกินจำเป็น
- โปรโมชันที่ซื้อเพราะ “ลดราคา”
จากเดิมที่เดินทางด้วยแท็กซี่เป็นประจำ ก็อาจลองเปลี่ยนมาใช้รถเมล์หรือรถไฟฟ้าแทนในบางวัน เพราะเพียงลดค่าใช้จ่ายวันละ 50–100 บาท ก็ช่วยประหยัดเงินได้หลายพันบาทต่อเดือนแล้ว นอกจากนี้ หากค่าใช้จ่ายภายในบ้านเริ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟในแต่ละเดือน อาจลองศึกษาเรื่องวิธีคิดค่าไฟ และวิธีประหยัดไฟฟ้า เพิ่มเติม เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นในระยะยาว
6. วางแผนเรื่องค่าเดินทางและค่าน้ำมัน
ค่าเดินทางถือเป็นรายจ่ายหลักของมนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ขับรถไปทำงานทุกวัน โดยสามารถลองปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น
- หากจำเป็นต้องเรียกรถผ่านแอป ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น ประมาณ 8 โมงเช้า มักมีการบวกค่าโดยสารแบบชาร์จอัป ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว การวางแผนเวลาให้ดีจึงถือเป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดเงินที่ช่วยลดค่าเดินทางได้มากขึ้น
- ก่อนออกเดินทาง ควรวางแผนเส้นทางและศึกษาเส้นทางล่วงหน้า เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงรถติด และช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็น
- การเติมลมยางให้เหมาะสมกับขนาดล้อและสภาพการใช้งานรถ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยให้รถขับเคลื่อนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมัน ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และลดความเสี่ยงเรื่องยางเสื่อมหรือยางแตกได้อีกด้วย
- การวางแผนเวลาไม่ดี อาจทำให้ต้องรีบขับรถเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมันหมดไวขึ้น หากต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมัน การขับรถด้วยความเร็วคงที่ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดน้ำมันที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น
- หากเป็นไปได้ ลองใช้ขนส่งสาธารณะในบางวัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดเงินที่ช่วยลดค่าเดินทาง ลดค่าน้ำมัน และลดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถส่วนตัวได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพและราคาพลังงานสูงขึ้น
7. ทำอาหารกินเองบ้าง
การซื้ออาหารนอกบ้านทุกมื้ออาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด ลองเริ่มจากทำอาหารง่าย ๆ หรือเตรียมอาหารกลางวันไปออฟฟิศสัปดาห์ละ 2–3 วัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดเงินที่ช่วยได้เยอะในระยะยาว แถมยังช่วยควบคุมคุณภาพอาหาร และลดค่าเดลิเวอรีได้อีกด้วย
8. ซื้อของอย่างมีสติ
โปรโมชันช่วยประหยัดเงินได้จริง แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี เพราะหลายครั้งการ “ซื้อเพราะลดราคา” กลับทำให้เสียเงินมากกว่าเดิม ก่อนซื้อทุกครั้ง อาจลองถามตัวเองเบา ๆ ก่อน เช่น
- ของที่ซื้อจำเป็นจริงไหม?
- ซื้อแล้วใช้แน่หรือเปล่า?
- ถ้าไม่ลดราคา ยังอยากได้อยู่ไหม?
การประหยัดเงินต้องอาศัยความใจแข็งพอสมควร เพราะเมื่อมีเป้าหมายการเก็บเงินที่ชัดเจน การถามตัวเองก่อนซื้อทุกครั้งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และลดการซื้อของตามอารมณ์ได้ดีมาก
9. ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและเกิดวิกฤตน้ำมันจนค่าครองชีพสูงขึ้น การมีเงินสำรองอาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน แต่ถึงจะเริ่มเก็บเงินได้เพียงเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย โดยควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ
10. เพิ่มรายได้ควบคู่กับการประหยัด
การประหยัดเงินอย่างเดียวอาจไม่พอในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ลองหารายได้เสริมจากสิ่งที่ตัวเองถนัด เช่น
- งานฟรีแลนซ์
- ขายของออนไลน์
- การทำคลิปติดตะกร้า
- รับทำคอนเทนต์
- รับสอนพิเศษ
แม้ไม่ใช่ทุกคนจะมีเวลาว่างมากนัก แต่หากลองแบ่งเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุดมาหารายได้เสริม ควบคู่กับการลดค่าใช้จ่ายและวางแผนเก็บเงิน ก็จะช่วยให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นในระยะยาว
ใช้เงินเป็นมากขึ้น ก็มีเงินเหลือเก็บได้ในทุกเดือน
การประหยัดเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน ไม่จำเป็นต้องหักดิบหรือใช้ชีวิตแบบกดดันตัวเองมากเกินไป แต่คือการค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมการใช้เงินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการแยกบัญชี จดรายรับรายจ่าย หรือเริ่มลดค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นได้ในระยะยาว
เพราะสุดท้ายแล้ว วิธีประหยัดเงินที่ได้ผลจริง คือ วิธีที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และไม่ทำให้การเก็บเงินกลายเป็นเรื่องที่เครียดจนเกินไป
หากอยากอัปเดตสาระน่ารู้ พร้อมไอเดียการใช้ชีวิต เทรนด์ไลฟ์สไตล์ และเคล็ดลับดี ๆ ในการจัดการค่าใช้จ่าย ติดตาม PPTV HD 36 ได้ทุกช่องทางออนไลน์ เพื่อไม่พลาดคอนเทนต์ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามากขึ้นในทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
ควรแบ่งเงินเดือนเป็นกี่ส่วนเพื่อการออม?
โดยทั่วไปสามารถแบ่งเงินเดือนตามสูตร 50-30-20 คือ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับไลฟ์สไตล์หรือความบันเทิง และอีก 20% สำหรับเก็บเงินหรือการลงทุน ซึ่งสามารถปรับสัดส่วนได้ตามภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละคน
ทำไมมนุษย์เงินเดือนบางคนถึงประหยัดเงินไม่ได้?
สาเหตุหลักมักมาจากการไม่มีการวางแผนการเงิน รายจ่ายจุกจิกสะสมโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการใช้เงินตามอารมณ์หรือโปรโมชันต่าง ๆ จนทำให้เก็บเงินไม่อยู่และเกิดปัญหาเงินเดือนชนเดือน
มีแอปพลิเคชันช่วยประหยัดเงินอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันช่วยจดรายรับรายจ่ายและวางแผนการเงินหลายแบบ เช่น MAKE by KBank, Wallet Story, Spendee หรือ Piggipo ซึ่งช่วยติดตามค่าใช้จ่าย วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้เงิน และช่วยวางแผนเก็บเงินได้ง่ายขึ้น