สถานการณ์ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตอนนี้เข้าสู่เฟสที่เจ้าหน้าทางการรัสเซียและตะวันตกเชื่อว่า จะเป็นอันตรายมากที่สุด หลังรัสเซียเริ่มใช้ทหารเกาหลีเหนือเสริมทัพแนวหน้า ขณะที่เคียฟก็เริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจากตะวันตกโจมตีเข้าไปในดินแดนรัสเซีย
ทำให้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัสเซียตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ โจมตียูเครน และเมื่อวานนี้ รัสเซียเพิ่งส่งฝูงโดรนมากถึง 188 ลำ โจมตีครั้งใหญ่ทั่วยูเครน ซึ่งทำสถิติเป็นปฏิบัติการใช้โดรนที่มากที่สุดในคืนเดียว
บรรดานักวิเคราะห์และบล็อกเกอร์ด้านสงครามมองว่า ขณะนี้ ทหารรัสเซียกำลังรุกคืบยูเครน ด้วยอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เริ่มรุกรานแรกๆ ในช่วงปี 2022 โดยในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ทัพรัสเซียลุยยึดพื้นที่ในยูเครนได้ ขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของกรุงลอนดอนเลยทีเดียว
รายงานจากสำนักข่าวอิสระของรัสเซีย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านข่าวสืบสวนสอบสวน ชี้ว่า กองทัพรัสเซียทุบสถิติยึดดินแดนยูเครนทั้งรายสัปดาห์และรายเดือนไปแล้ว
เปิด 10 รหัสผ่าน Password ยอดแย่ โดนใจมิจฉาชีพ 2024
ข้อมูลจาก DeepState ซึ่งศึกษาวิเคราะห์ภาพเหตุการณ์ในสนามรบและจัดทำแผนที่แนวรบ โดยมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพยูเครน ชี้ว่า นับตั้งแต่เริ่มเดือน พ.ย. กองทัพรัสเซียยึดพื้นที่ได้แล้ว 600 ตารางกิโลเมตร โดยเกือบ 235 ตารางกิโลเมตรยึดได้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมรัสเซีย รายงานว่าสามารถยึดหมู่บ้าน โคปังกี (Kopanky) ในภูมิภาคคาร์คีฟ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่กองทัพรัสเซียให้ความสำคัญ นอกเหนือจากสมรภูมิโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออก
ขณะเดียวกัน พบว่าเมืองคูราโคฟของยูเครนกำลังถูกกองทัพรัสเซียคุกคามอย่างหนัก โดยทหารรัสเซียสามารถรุกดินแดนเข้ามาได้ราว 200-300 เมตรต่อวัน ด้วยการใช้รถหุ้มเกราะโจมตีเปิดทางและมีระบบต่อต้านโดรนเป็นฝ่ายสนับสนุน สำหรับคูราโคฟถือเป็นประตูสำคัญสู่เมืองโปครอฟส์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในภูมิภาคโดเนตสก์
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังออกแถลงการณ์ยอมรับว่า ถูกยูเครนโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลจากสหรัฐฯ (ATACMS) ซ้ำอีกถึง 2 ครั้ง ในระยะเวลา 3 วัน หลังจากที่เริ่มใช้อาวุธชนิดนี้ทำลายเป้าหมายในดินแดนรัสเซียครั้งแรก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยการโจมตีด้วย ATACMS ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ใช้ขีปนาวุธ ATACMS ทั้งหมด 5 ลูก ในจำนวนนี้ 3 ลูกถูกยิงสกัดเอาไว้ได้ แต่อีก 2 ลูกหลุดรอดถึงเป้าหมาย และสร้างความเสียหายให้กับเรดาร์ของระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ในภูมิภาคเคิร์สก์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่กองทัพรัสเซียบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง
นอกจากนี้ ในวันจันทร์ ยูเครนได้ยิงขีปนาวุธ ATACMS อีก 8 ลูกโจมตี ฐานทัพอากาศคาลิโน (Khalino) ในภูมิภาคเดียวกัน โดยมีขีปนาวุธ 1 ลูกสามารถหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศ เข้าไปถึงเป้าหมายได้ แต่สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว และกำลังเตรียมดำเนินมาตรการตอบโต้