ข้อตกลงยุติการสู้รบในเลบานอน ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ที่มีอิหร่านหนุนหลัง เริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ท่ามกลางการจับตาจากหลายฝ่ายว่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามข้ามพรมแดนที่ดำเนินมานานกว่า 1 ปีหรือไม่ และสุดท้ายแล้ว ดีลนี้จะเปิดทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืน เพื่อให้พลเรือนของทั้ง 2 ประเทศ ได้กลับเข้าบ้าน และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างปลอดภัยได้หรือไม่
หากมองจากมุมของอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ ดีลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ต่างฝ่ายต่างมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามหลักความจริง
ปัจจุบัน กองทัพอิสราเอลบรรลุจุดประสงค์ที่วางไว้ได้หลายข้อแล้ว ทั้งการบ่อนทำลายศักยภาพและสายบังคับบัญชาของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และยังเป็นการท้าทายผลประโยชน์ของอิหร่าน ที่เคลื่อนไหวผ่านเครือข่ายพันธมิตรและกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เองก็เข้าใจสถานการณ์ดี พวกเขารู้ว่า จรวดหลายพันลูกที่เพียรยิงใส่ดินแดนอิสราเอลนั้น สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย ในทางกลับกัน การโจมตีของพวกเขา ยิ่งเชื้อเชิญให้ศัตรูตอบโต้กลับในระดับที่ยิ่งบั่นทอนเสถียรภาพของกลุ่ม และทำให้เกิดความสูญเสียมากขึ้นในระดับผู้นำ
สิ่งที่เกิดขึ้น บีบให้ฮิซบอลเลาะห์ต้องหันหลังให้กับจุดยืนเดิม ที่เคยประกาศไว้ว่า จะเดินหน้าสู้กับอิสราเอลต่อไป ตราบใดที่สงครามกาซายังไม่สิ้นสุด
และต้องไม่ลืมว่า นอกจากจะเป็นกองกำลังติดอาวุธแล้ว ฮิซบอลเลาะห์ยังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองหนึ่งในเลบานอนด้วย ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ และทำให้เกิดความสูญเสียต่อชาวเลบานอนมากเท่าใด คะแนนความนิยมของพรรคก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย
แม้ข้อตกลงนี้จะเป็นผลจากความพยายามทางการทูตของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความเห็นชอบจากอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของฮิซบอลเลาะห์ ก็มีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ฝั่งอิหร่านเอง ก็รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในสมรภูมิเลบานอน จึงไม่คัดค้านดีลในครั้งนี้
น้ำท่วมปัตตานียังวิกฤติ เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ล่าสุดเด็ก 1 ขวบตกน้ำดับสลด
ฉากต่อไป คือ การบังคับใช้และปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งหลายฝ่ายยังลุ้นหนักว่าดีลนี้จะยั่งยืน และอยู่ได้นานแค่ไหน
อนาคตของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา แต่หากดูจากจุดยืนของ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ตอนที่แถลงเรื่องนี้ เขาพูดไว้ชัดเจนแล้วว่า อิสราเอลยังมีสิทธิ์และมีอิสระอย่างเต็มที่ที่จะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหาร หากพบว่ามีการละเมิดเงื่อนไขส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อตกลง
จากการเปิดเผยของทางการเลบานอน ข้อตกลงนี้มีความยาวทั้งสิ้น 5 หน้า และแบ่งออกเป็น 13 ส่วน สิ่งที่สำคัญนับจากนี้ คือ อะไรบ้างที่อิสราเอลจะมองว่าเข้าข่ายละเมิดข้อตกลง ซึ่งหากดูจากแถลงการณ์ของเนทันยาฮู แค่ฮิซบอลเลาะห์พยายามสะสมอาวุธอีกครั้ง อิสราเอลก็พร้อมจะโจมตีแล้ว
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ พาเราย้อนกลับไปสู่สถานการณ์ในปี 2006 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ลงนามหยุดยิง และข้อตกลงนั้นกินระยะเวลายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ แต่การเว้นวรรคจากการสู้รบกับอิสราเอล ก็ทำให้ฮิซบอลเลาะห์สามารถสั่งสมกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ จนกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ และเป็นหอกข้างแคร่ที่รอโอกาสล้างแค้น
ดังนั้น คงจะดูโลกสวยเกินไปที่จะเชื่อว่า รอบนี้ สถานการณ์ตามแนวพรมแดนเลบานอน-อิสราเอล จะสงบสุขแบบถาวร
ฝั่งกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายที่เสียประโยชน์ที่สุดจากดีลหยุดยิงครั้งนี้
ตอนนี้ เท่ากับว่า ฮามาสได้สูญเสียฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรผู้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา นับตั้งแต่สงครามกาซาปะทุ จากนี้ ฮามาสจะต้องเผชิญกับกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เพียงลำพัง ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของฝั่งอิสราเอลพอดี
"และเหตุผลที่ 3 ที่ต้องหยุดยิง คือ แยกแนวรบออกจากกัน และโดดเดี่ยวฮามาส ตั้งแต่วันที่ 2 ของสงคราม ฮามาสพึ่งพาฮิซบอลเลาะห์ที่สู้เคียงข้างมาตลอด เมื่อฮิซบอลเลาะห์ถอนตัวไป ฮามาสก็ตัวคนเดียว สู้เดี่ยวในสนามรบ เราจะเพิ่มแรงกดดัน และนั่นจะช่วยภารกิจที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราในการปล่อยตัวประกัน"
ที่ร้ายไปกว่านั้น คือ การสงบศึกกับฮิซบอลเลาะห์ ก็เปิดโอกาสให้ทหาร IDF ได้หยุดพัก สะสมอาวุธ และยกเครื่องกำลังพล ก่อนจะกลับมาลุยในสมรภูมิกาซาอย่างเต็มที่อีกครั้ง นั่นหมายความว่า ฉนวนกาซา ซึ่งขณะนี้เหลือแต่ซากปรักหักพัง จะกลับมาเผชิญการโจมตีอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดการสูญเสียเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่น ระหว่างการแถลงข่าวหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ว่า ตัวเขาจะเดินหน้าผลักดันการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซาต่อไป
“เหมือนกับที่ชาวเลบานอนสมควรได้รับอนาคตแห่งความมั่นคงและความรุ่งเรือง ชาวกาซาก็ด้วยเช่นกัน พวกเขาสมควรได้เห็นการยุติการสู้รบและการพลัดถิ่นด้วย ชาวกาซาเผชิญนรกมาแล้ว โลกของพวกเขาพังทลายลง มีพลเรือนในฉนวนกาซาจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์ทรมานมากเกินไป และฮามาสปฏิเสธมาหลายต่อหลายเดือนแล้วที่จะเจรจาข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน ตอนนี้ กลุ่มฮามาสมีทางเลือกที่จะต้องตัดสินใจ ทางออกเดียวของพวกเขาคือปล่อยตัวประกัน รวมทั้งพลเมืองอเมริกันที่พวกเขาจับไว้ ในกระบวนการนี้ ให้ยุติการต่อสู้ เพื่อให้มีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มมากขึ้น ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สหรัฐฯ จะผลักดันอีกครั้ง ร่วมกับตุรกี อียิปต์ กาตาร์ อิสราเอล และประเทศอื่นๆ เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ให้ตัวประกันถูกปล่อยตัวเมื่อสิ้นสุดสงครามโดยไม่มีกลุ่มฮามาสอยู่ในอำนาจ เป็นจริงได้"
ที่ผ่านมา ดูเหมือนแต่ละฝ่ายยังไม่จริงจังพอที่จะทำให้ดีลหยุดยิงเกิดขึ้นได้ อิสราเอลยังมุ่งมั่นทำตามเป้าในการกวาดล้างกลุ่มฮามาส ขณะที่ฮามาสเอง ก็ยังไม่เคยแสดงท่าทีว่าอยากจะยอมแพ้จริงๆ แม้ว่ากลุ่มจะอ่อนแอลง ผู้นำกลุ่มทยอยถูกสังหาร และดินแดนที่เคยปกครอง พังย่อยยับ ผู้คนพลัดถิ่นหนีตาย
แต่ล่าสุด หลังจากมีดีลหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์เกิดขึ้น ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญจากเจ้าหน้าที่อาวุโสของฮามาสที่แจ้งผู้ไกล่เกลี่ยในอียิปต์ กาตาร์ และตุรกีว่า พร้อมแล้วที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนนักโทษอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม หนทางสู่การสงบศึกระหว่างอิสราเอลและฮามาส ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี เพราะยังติดอุปสรรคสำคัญ คือ ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขของอีกฝ่าย และพยายามกล่าวโทษกัน
แม้กลุ่มฮามาสจะยืนกรานมานานแล้วว่าอยากหยุดยิง แต่ก็ไม่ยอมเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเรื่องตัวประกันของอิสราเอล และความต้องการคงกำลังทหารในกาซาไว้