รศ.แมทธิว ชมิดต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติ จากมหาวิทยาลัยนิวเฮเวนในรัฐคอนเนตทิคัต ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี โดยมองว่า คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กำลังเฝ้าดูประเทศที่เป็นศัตรูตัวฉกาจ อ่อนแอลงจากเสถียรภาพทางการเมืองภายใน รัฐบาลเปียงยางแค่รอดูว่าจะหยิบฉวยโอกาส หรือได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้บ้าง
รศ.ชมิดต์ เชื่อว่า หากเกาหลีใต้ฝ่าฟันเรื่องนี้ไปได้ โดยยึดมั่นตามกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ มากกว่าที่ตัวประธานาธิบดี การเมืองเกาหลีใต้ก็จะเข็มแข็งขึ้นจากวิกฤตนี้
วิเคราะห์สาเหตุประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก!
สอดคล้องกับความเห็นของ แดเนียล รัสเซล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่เชื่อว่า เกาหลีเหนือน่าจะต้องหาประโยชน์จากเรื่องนี้แน่นอน
นอกจากนี้ นายรัสเซล ยังมองว่า เหตุผลที่ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล หยิบยกมาอ้างในการประกาศกฎอัยการศึก ทั้งเรื่องกองกำลังคอมมิวนิสต์หนุนเกาหลีเหนือ และความพยายามล้มล้างรัฐบาล เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ และคาดการณ์ว่าจากนี้ เกาหลีใต้อาจต้องเผชิญสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองและการชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีต่อเนื่องไปอีกสักระยะ
ด้าน ศ.เซเลสต์ อาร์ริงตัน แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน มองว่า การตัดสินใจใช้อำนาจประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างรุนแรงและเกินกว่าเหตุ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศ ที่ไม่ได้เกิดวิกฤตหรือเรื่องฉุกเฉินสำคัญ
ศ.อาร์ลิงตัน มองว่า ตอนนี้เกาหลีใต้เองมีความกังวลอยู่แล้ว เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลวอชิงตันต้องพิจารณาการวางนโยบายและความสัมพันธ์ใหม่ให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างญี่ปุ่น ตอนนี้ก็กำลังเผชิญความไร้เสถียรภาพทางการเมืองเช่นกัน หลังพรรครัฐบาลเสียเสียงข้างมากในสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี
แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะเปิดช่องให้เกาหลีเหนือ จีน หรือรัสเซีย เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีได้ ซึ่งจะกระทบกับผลประโยชน์ของพันธมิตรที่สำคัญอย่างสหรัฐฯ